ข้อแตกต่างระหว่าง G Suite และ Office 365

ตอนนี้คุณกำลังพยายามมองหาข้อแตกต่างระหว่าง G Suite และ Office 365 อยู่รึเปล่า ?

ในบทความนี้เราจะเปรียบเทียบ G Suite กับ Office 365 เพื่อช่วยคุณตัดสินใจว่าธุรกิจของคุณเหมาะกับโซลูชันไหน แต่ความเหมือนของทั้งสองโซลูชันนั้นคือ ให้บริการซอฟต์แวร์ในรูปแบบ Cloud Computing บริการอีเมลบริษัท และเครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน

What is G Suite and Office 365 and Why Do You Need Them?

หลังจากที่คุณสร้างเว็บไซต์ของบริษัทเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเพิ่มความน่าเชื่อด้วยการสร้างอีเมลบริษัท ซึ่งมันจะไม่เหมือนอีเมลทั่วๆไปอย่าง @gmail.com หรือ @outlook.com แต่จะเป็นอีเมลที่ถูกส่งไปในนามบริษัทอย่าง name@yourbusiness.com ยกตัวอย่าง เช่น บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด จะมีอีเมลบริษัทด้วยใช้ชื่อ @dmit.co.th

 

Google เป็นผู้ให้บริการ G Suite ซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องมือต่างๆเพื่อใช้ในการทำงานร่วมกันทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ มี Gmail, Google Calendar, Google Group, Hangouts Meet, Hangouts Chat, Google Drive, Google Docs, Google Sheets, Google Slides, Google Keep, Google Forms, Google Site, Google Plus, Google Admin, Google Vault, App Maker และ Cloud Search หากอยากติดตั้งแอพพลิเคชันเพิ่มเติม ผู้ใช้งานสามารถค้นหาและติดตั้งแอพพลิเคชันเพิ่มได้จาก G Suite Marketplace

อ่านต่อ – G Suite คืออะไรและเครื่องมือต่างๆใน G Suite ทำอะไรได้บ้าง

Microsoft เป็นผู้ให้บริการ Office 365 ซึ่งประกอบไปด้วย Outlook, OneDrive, Word, Excel, Powerpoint, One Note, Skype, SharePoint, Exchange, Access, Publisher, Microsoft Teams, Microsoft Bookings, Microsoft MyAnalytics, To-Do, Visio และ Microsoft Planner

1. G Suite vs Office 365 Pricing ( เปรียบเทียบแพคเกจ G Suite และ Office 365 )

ราคาของการให้บริการของทั้งสองนั้นที่นำมาเปรียบเทียบให้ดูเป็นราคาถูกคิดต่อ user และต่อเดือน

แพคเกจและราคา G Suite
1. G Suite Basic ราคา 3 ดอลลาร์ต่อเดือน
2. G Suite Business ราคา 10 ดอลลาร์ต่อเดือน
3. G Suite Enterprise ราคา 25 ดอลลาร์ต่อเดือน

แพคเกจ G Suite Basic เหมาะกับธุรกิจขนาด Start up ที่กำลังมองหาเครื่องมือการทำงานร่วมกันภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

แพคเกจ G Suite Business เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจขนาดกลางขึ้นไป ที่ต้องการความปลอดภัยด้วย Google Vault ที่จะสำเนาข้อมูลทุกอย่างออกมาเป็นอีกหนึ่งชุด เพื่อตรวจสอบข้อมูลการใช้งาน เช่น แชท อีเมล และไฟล์ต่างๆ และเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้างแอพพลิเคชันแบบง่ายโดยที่ไม่ต้องเขียนโค้ดผ่านเครื่องมือที่ชื่อว่า App Maker

แพคเกจ G Suite Enterprise เหมาะกับธุรกิจทุกขนาด ที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสูง ด้วยมี Google Vault ที่ทำหน้าที่มากกว่าสำเนาข้อมูลต่างๆ ซึ่ง Vault ในแพคเกจ Enterprise จะช่วยป้องกันข้อมูลรั่วไหลจากอีเมลและการแชร์ไฟล์เอกสารต่างๆ เช่น ข้อมูลธุรกรรมการเงิน และเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้างแอพพลิเคชันแบบง่ายโดยที่ไม่ต้องเขียนโค้ดผ่านเครื่องมือที่ชื่อว่า App Maker

อ่านต่อ – ข้อแตกต่างของแต่ละแพคเกจ G Suite

แพคเกจและราคา Office 365
1. Business Essentials  ราคา 5 ดอลลาร์ต่อเดือน
2. Business  ราคา 8.25 ดอลลาร์ต่อเดือน
3.Business Premium  ราคา 12.50 ดอลลาร์ต่อเดือน
4. Enterprise E1  ราคา 8 ดอลลาร์ต่อเดือน
5. Enterprise ProPlus  ราคา 12 ดอลลาร์ต่อเดือน
6. Enterprise E3  ราคา 20 ดอลลาร์ต่อเดือน
7. Enterprise E5  ราคา 35 ดอลลาร์ต่อเดือน

แพคเกจที่ 1 และ 2 : เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจขนาดกลาง
แพคเกจที่ 3 : เหมาะกับธุรกิจที่ไม่ต้องการใช้เครื่องมือทำงานร่วมกัน เพราะแพคเกจนี้สามารถใช้ได้แต่อีเมล
แพคเกจที่ 4 – 7 : เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่

*ข้อมูลนี้เป็นราคาของปี 2018 อาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

2. G Suite vs Office 365 Email Comparison ( เปรียบเทียบระบบ email ของ G Suite และ Office 365 )

G Suite: Gmail for Business

G Suite อนุญาติให้คุณใช้ชื่อโดเมนเนมที่มีอยู่แล้วหรือลงทะเบียนสร้างโดเมนเนมใหม่เพื่อนำไปชื่ออีเมลบริษัท ข้อดีก็คือถ้าคุณมีชื่ออีเมลบริษัทอยู่แล้วแต่อยากเปลี่ยนจากอีเมลโฮติ้งมาเป็นอีเมลแแบบ G Suite ก็สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนชื่ออีเมลบริษัท มากไปกกว่านั้น G Suite ให้คุณสร้างอีเมลแทนได้ถึง 30 อีเมล เพื่อรับอีเมลเข้าใน inbox เดียวกกันกับอีเมลหลัก เช่น อีเมลหลักคือ Johnny@dmit.co.th และอีเมลแทนชื่อ sale@dmit.co.th และ Jonny.marketing@dmit.co.th ทั้งสามอีเมลนี้จะใช้ inbox และจำนวนพื้นที่จัดเก็บเดียวกัน

ข้อดีอีกหนึ่งข้อของ G Suite คือคุณสามารถใช้ Gmail บนโทรศัพท์เพียงแค่โหลดแอปพลิเคชัน ซึ่งลองรับระบบ IOS และ Android  และสามารถใช้อีเมลบนหน้าต่างคอมพิวเตอร์ผ่าน Thunderbird หรือ Microsoft Outlook

Office 365 – Outlook for Business

Office 365 ก็อนุญาติให้คุณใช้ชื่อโดเมนเนมที่มีอยู่แล้วและคุณยังสามารถสร้างอีเมลแทนเหมือน G Suite ได้อีกด้วย มากไปกว่านั้นหลายคนนิยม Outlook บนโปรแกรม Email Client ซึ่งจะมีฟังค์ชันที่ครบถ้วน แต่ข้อเสียของการใช้อีเมล Outlook คือระบบmobile apps และ web apps ยังไม่เสถียรภาพและฟังค์ชันยังไม่ครบเท่าใช้งานผ่านโปรแกรม Email Client

3. Cloud File Storage and Sharing ( เปรียบเทียบการเก็บข้อมูลบน Cloud และการแชร์ไฟล์ของ G Suite และ Office 365 )

1. G Suite – Google Drive Cloud Storage
G Suite Basic plan – ให้พื้นที่คนละ 30 GB ในการใช้ email และ Google Drive แต่ข้อดีของ G Suite คือถ้าหากสร้างไฟล์  Google Docs , Sheets, Slides, Forms และไฟล์ทุกอย่างที่สร้างจากแอพพลิเคชันใน G Suite จะไม่ถูกนับพื้นที่การใช้งาน

ในแพคเกจนี้จะได้รับ My Drive โดยผู้สร้างไฟล์จะเป็น owner สามารถ แก้ไข ลบ คอมเมนต์ และแชร์เอกสารให้ผู้งานท่านอื่น

G Suite Business plan และ G Suite Enterprise plan – ให้พื้นที่คนละ 1 TB ถ้าซื้อจำนวนไลเซ้นไม่เกิน 5 user และจะได้พื้นที่จัดเก็บคนละ Unlimited ถ้าซื้อมากกว่า 5 user ขึ้นไป ซึ่ง Google จะไม่นับพื้นที่การใช้งานถ้าสร้าง Google Docs , Sheets, Slides, Forms และไฟล์ทุกอย่างที่สร้างจากแอพพลิเคชันใน G Suite  

ในสองแพคเกจนี้จะได้รับ Team Drive ที่ออกแบบมาให้ใช้งานกันเป็นทีม ผู้ใช้สามารถเพิ่มคนในทีม, ติดตามไฟล์ของตัวเองแม้จะออกจากทีมไปแล้ว, จัดการสิทธิต่าง ๆ ของไฟล์ และมีเครื่องมือสำหรับจัดการ Team Drives ให้ผู้ดูแลระบบด้วย ข้อดีของ Team Drive ที่บริษัทต่างๆสนใจนั้นคือ ป้องกันข้อมูลสูญหายสำหรับไดรฟ์ เมื่อผู้ใช้งานที่ลาออกไปแล้ว ไฟล์เอกสารต่างๆจะไม่หายตามไปด้วย เพราะ Admin สามารถให้สิทธิการใช้งานตามบทบาทของผู้ใช้

2. Office 365 – OneDrive Cloud Storage
ทุกแพคเกจของ office 365 ให้พื้นที่ Cloud Storage คนละ 1 TB แต่ผู้ใช้งานจะต้องลบจำนวนพื้นที่จัดเก็บออกคนละ 50 GB เพื่อนำมาเป็นพื้นที่จัดเก็บอีเมลเพราะใช้พื้นที่ร่วมกัน ข้อดีคือคุณสามารถซื้อแพคเกจถูกสุดแต่ได้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเท่าแพคเกจใหญ่สุดได้

4. Business Apps in Office 365 and G Suite ( เปรียบเทียบแอปพลิเคชันใน Office 365 และ G Suite )

1. App in G Suite
แอปพลิเคชันใน G Suite ทำงานได้ดีบนเว็บไซต์ที่เข้าผ่านทางคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ค โดยผู้ใช้สามารถเข้าใช้งานผ่าน browser และสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชันในมือถือ ซึ่ง G Suite รองรับทั้งระบบ Android และ iOS นอกจากนี้ยังใช้แอปพลิเคชันต่างๆใน G Suite ในรูปแบบ offline ได้ ข้อดีของการใช้ G Suite คือ สามารถทำงานในระหว่างที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตได้และจะอัพเดตแบบอัติโนมัติทันที เมื่ออุปกรณ์ของคุณเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

Package – G Suite Basic 
มีทุกแอปพลิเคชันยกเว้น App Maker, Google Vault, Team Drive , Cloud Search อย่างไรก็ตามสามารถซื้อ Google Vault ติดแยกให้กับ user เป็นบางท่านได้

Package – G Suite Business และ G Suite Enterprise    
มีทุกแอปพลิเคชันใน G Suite 

สามารถ คลิก เพื่อดูรายละเอียดแต่ละแอปพลิเคชันเพิ่มเติมได้ที่ไอคอลด้านล่าง

2. App in Office 365
Office 365 ให้บริการแอปพลิเคชันบนเว็บไซต์และในมือถือเช่นกัน แต่ข้อด้อยคือการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆบนเว็บไซต์และบนโทรศัพท์ไม่เสถียร์หรือ full function เท่ากับโปรแกรม Microsoft Office ที่ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถดูจากรูปด้านล่างว่าแต่ละแพคเกจให้บริการแอปพลิเคชันอะไรบ้าง

5. Collaboration Tools in G Suite vs Office 365 ( เปรียบเทียบระบบการทำงานร่วมกันระหว่าง G Suite และ Office 365 )

1. G Suite
ระบบการทำงานของ G Suite เป็น cloud-based apps โดยจุดประสงค์หลักของ Google เน้นเรื่องการแชร์ไฟล์แบบง่าย เพิ่มการติดต่อระหว่างทีมงานและการทำงานร่วมกันได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

Google Hangouts ช่วยให้ติดต่อระหว่างกันได้ง่ายขึ้น ซึ่งมี Hangouts Chat และ Hangouts Meet รูปแบบการทำงานนั้นคล้ายกับแอปพลิเคชันสำหรับการแชททั่วไป แต่จุดที่น่าสนใจคือ Hangouts Chat สามารถส่งไฟล์และส่งรูป โดยที่แชท ไฟล์ และรูปภาพจะไม่มีวันหมดอายุการใช้งาน ถ้าหากอยากย้อนกลับมาดูก็สามารถทำได้ อีกจุดเด่นที่น่าสนใจของ Hangouts Meet คือ สามารถเข้าประชุมแบบวีดีโอคอลได้ง่ายๆผ่าน Google Calenda หรือ การแชร์ลิงก์ ซึ่งข้อดีตรงจุดนี้คือหากผู้เข้าร่วมประชุมไม่ได้ใช้ G Suite แต่มี Gmail ก็สามารถเข้าประชุมแบบวีดีโอได้ และจุดเด่นอีกอย่างของ Hangouts คือโทรฟรี เมื่อโทรหาผู้ที่ใช้ hangouts เช่นกัน


อ่านต่อ – Google Hangout ทำอะไรได้บ้าง

ผู้ใช้งาน G Suite สามารถทำงานพร้อมกันบนเอกสารเดียวกันทีละหลายคนได้ ผู้ใช้งานสามารถ comment โน๊ตข้อความ หรือกดคลิกตรง comment ว่าแก้ไขแล้วได้ นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถกลับไปดูเอกสารเวอร์ชันเก่า ดูว่าใครเป็นคนแก้ไข และสามารถกดเลือกกลับมาใช้เอกสารเวอร์ชันเก่าได้

2. Office 365
ระบบการทำงานของ office 365 คล้ายกับเวอร์ชัน Microsoft Office แบบติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้งานสามารถทำงานบนเอกสารเดียวกันได้แต่มีขีดจำกัดเรื่องการงานพร้อมกัน คือไม่สามารถทำพร้อมกัน ต้องรอคนแรกทำและออกก่อน คนถัดไปถึงจะเข้ามาทำได้ แต่ข้อดีของระบบการทำงานคล้ายของ G Suite คือ ผู้ใช้งานสามารถ comment โน๊ตข้อความ และแนะนำได้

สามารถใช้ Skype เพื่อส่งข้อความหรือประชุมแบบวีดีโอ หากใช้ Skype โทรหาหรือวีดีโอหา Skype จะไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ถ้าใช้ Skype โทรหาเบอร์ปกติจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

แอปพลิเคชัน Skype จะอยู่ในแพคเกจ Business Premium และ Enterprise เท่านั้น ผู้ใช้งานแพคเกจ Business และ Business Essentials ไม่สามารถใช้ Skype ได้ หากผู้ใช้งานต้องการใช้ระบบแชทและวีดีโอคอลพร้อมกันจำนวน 25 – 50 คนขึ้นไป ควรเลือกใช้ G Suite เพราะ Google Hangouts มีอยู่ในทุกแพคเกจ

6. G Suite vs Office 365 Security ( เปรียบเทียบระบบความปลอดภัยของ G Suite และ office 365  )

1. G Suite Security Features
G Suite สร้างขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของ Google และให้ระบบความปลอดภัยระดับเดียวกับบริษัท Google ดังนั้นจะมีระบบตรวจจับอัตโนมัติของกิจกรรมที่น่าสงสัย เช่น การพยายามฟิชชิงและการแฮ็คเข้ามาในระบบ

ในระบบ G Suite มีแอปพลิเคชัน Google Admin ซึ่งผู้ใช้งานที่เป็น Admin สามารถตั้งนโยบายการใช้งานที่แตกต่างกันให้กับผู้ใช้แต่ละคนได้ เพื่อป้องกันผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาติเข้าถึง Admin Console หรือ Account ฃองผู้ใช้งานท่านอื่น นอกจากนี้ Admin สามารถตั้งค่าให้ทุกคนใช้ระบบ Two-Factor authentication และบังคับให้ผู้ใช้งานทุกท่านใช้ได้ มากไปกว่านั้น Admin สามารถตั้งค่าไม่ให้ผู้ใช้งานล็อคอินด้วยระบบ G Suite กับแอปพลิเคชันอื่นหรือบังคับไม่ให้ผู้ใช้งานใช้ G Suite ผ่านแอปพลิเคชันในมือถือ

ระบบความปลอดภัยของ G Suite มาพร้อมกับระบบป้องกันข้อมูลรั่วไหลของแอปพลิเคชันต่างๆใน G Suite เช่น ข้อมูลในอีเมลหรือข้อมูลในไฟล์ที่ถูกแชร์ โดย Admin สามารถตั้ง keyword เมื่อมีคำนี้อยู่ในอีเมลหรือไฟล์เอกสาร จะถูกบล็อคไม่ให้ส่งอีเมลออกไปหรือไม่ให้แชร์เอกสารนี้ให้คนภายนอกโดเมนขององค์กร ในระบบ G Suite มีการตรวจจับสแปม ไวรัส และมัลแวร์ในตัว ซึ่งจะสแกนในเอกสารและไฟล์แนบทั้งหมด

2. Office 365 Security Features
ระบบ Office 365 ให้คุณเปิดใช้งาน การตรวจสอบหลายปัจจัยสำหรับผู้ใช้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถใช้เครื่องมือ AI เพื่อเรียนรู้นิสัยการทำงานของผู้ใช้แต่ละคน ในการตรวจจับกิจกรรมการทำงานที่น่าสงสัยและตั้งค่าสถานะหากมีสิ่งผิดปกติ

มีเครื่องมือป้องกันการสูญหายของข้อมูล เพื่อป้องกันการโจรกรรมข้อมูลและการรั่วไหล Admin สามารถออกนโยบายจำกัดอุปกรณ์การใช้งานของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ Office 365 ยังใช้เครื่องมือตรวจจับสแปม ไวรัส และมัลแวร์ของ Microsoft เพื่อสแกนเอกสา รอีเมล และไฟล์แนบทั้งหมด

ที่มา – wpbeginner