เป็น Call Center บริการอย่างไร? ให้ได้ใจลูกค้า

รอยยิ้มอย่าอายที่จะยิ้มออกมาจริง ๆ เวลาที่คุณพูดคุยกับลูกค้าผ่านทางโทรศัพท์ เพราะถึงแม้ว่าลูกค้าจะไม่สามารถเห็นได้ว่าคุณยิ้มอยู่ก็ตาม แต่รอยยิ้มนั้นสามารถส่งผ่านทางโทรศัพท์ได้ในรูปแบบของอารมณ์และน้ำเสียง การยิ้มไปด้วยขณะที่คุณพูดคุยกับลูกค้าจะทำให้น้ำเสียงของคุณดูเป็นมิตรและอบอุ่น แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรยิ้มให้กับลูกค้าที่กำลังโกรธหรือหงุดหงิด แต่ให้ยิ้มในเวลาที่เหมาะสมก็เพียงพอ เป็นกระจกสะท้อนลูกค้าคิดในมุมมองของลูกค้า หากคุณกำลังประสบปัญหาเดียวกันกับลูกค้า สิ่งที่คุณต้องการมากที่สุดคืออะไร ขณะเดียวกันก็พยายามจับอารมณ์และน้ำเสียงของลูกค้าไปด้วยว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร เพื่อสะท้อนออกมาเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้อย่างตรงใจ ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ เมื่อลูกค้ากำลังอารมณ์เสียหรือหงุดหงิด ลูกค้ามักจะไม่เปิดรับสิ่งที่คุณพูดสักเท่าไหร่ถึงแม้ว่าคุณจะตอบในคำตอบที่ถูกต้องก็ตาม ฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุด คือ การตั้งใจฟังในสิ่งที่ลูกค้าต้องการพูดให้จบก่อน วิธีนี้จะช่วยทำให้ลูกค้าสงบลงและมีแนวโน้มที่จะเปิดกว้างและรับฟังวิธีแก้ปัญหาที่คุณเสนอมากยิ่งขึ้น รับทราบบอกลูกค้าว่าคุณเข้าใจปัญหาและเหตุผลในการโทรเข้ามาของลูกค้า และตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกค้าได้รับฟังสิ่งที่คุณพูด ให้เวลากับลูกค้าเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ระบายถึงปัญหาต่าง ๆ ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถเข้าใจปัญหาเหล่านั้นได้ในทันทีก็ตาม เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักต้องการอธิบายหรือแสดงความรู้สึกในแบบของตนเองให้เสร็จก่อนที่จะพร้อมเปิดรับการดำเนินการในขั้นต่อไป สรุปมีการทบทวนซ้ำอีกครั้งถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ลูกค้าต้องการให้คุณซัพพอร์ต สิ่งนี้จะช่วยแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าคุณเข้าใจในปัญหาของพวกเขาจริง ๆ แจ้งเสมอเมื่อต้องการพักสาย ก่อนที่คุณจะพักสายของลูกค้า คุณควรแจ้งลูกค้าและควรได้รับการตกลงยินยอมเสียก่อน นอกจากนี้ไม่ควรปล่อยให้ลูกค้ารอนานเกิน 2 นาที โดยไม่มีการตอบกลับถึงแม้ว่าคุณจะต้องใช้เวลามากกว่านั้นก็ตาม แต่หากคุณรู้ว่าการแก้ปัญหาจะต้องใช้เวลาในการพักสายนานพอสมควร คุณควรเสนอให้โทรกลับหากลูกค้าต้องการแทน สนใจทดลองใช้ Zendesk ฟรี หรือสอบถาม ราคา Zendesk ติดต่อ บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด ผู้ให้บริการระบบ Zendesk ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ – Zendesk Thailand Partner สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ราคา Zendesk พร้อมโปรโมชันพิเศษ โทรเลย!  02-675-9371  095-804-5482 (คุณยิ่ว), 097-187-7302 (คุณพิม)  support@dmit.co.th Official LINE...

ถึงเวลาแล้วหรือยัง? สำหรับการบริการลูกค้าแบบ omnichannel

Omnichannel เป็นคำศัพท์ใหม่ในอุตสาหกรรมการบริการลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่หลาย ๆ ธุรกิจให้ความสนใจที่จะทำอะไรสักอย่างกับกระแสการบริการในรูปแแบบใหม่นี้ หากจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ omnichannel solution คือ การรวมช่องทางการบริการลูกค้าทั้งหมดของคุณไว้ในที่เดียวกัน เพื่อเก็บรวบรวมและรักษาบทสนทนาทั้งหมดของลูกค้าเอาไว้ ซึ่งช่วยให้ทีม customer service สามารถเข้าถึงข้อมูลอ้างอิงของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว อย่างเช่น ลูกค้าเป็นใคร? เคยติดต่อเข้ามาผ่านช่องทางใด? เคยได้มีการสนทนาอะไรกับเจ้าหน้าที่คนไหน? และเคยได้ซื้อผลิตภัณฑ์ใดบ้าง? เป็นต้น ซึ่งนับเป็นการจบปัญหาต่าง ๆ ที่มักเกิดขึ้นจากการแยกช่องทางการบริการลูกค้าหลายช่องทางออกจากกันโดยไม่มีจุดเชื่อมโยงกันอย่างสิ้นเชิง แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาที่ธุรกิจควรปรับเปลี่ยนการบริการลูกค้าแบบเดิมไปสู่การบริการลูกค้าแบบทุกช่องทาง (omnichannel customer service) หากคุณกำลังต้องการคำตอบสำหรับคำถามนี้อยู่ ลองอ่านและพิจารณาถึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้: เจ้าหน้าที่หนึ่งคนรับงานหนักเกินไป ปริมาณ ticket เพิ่มขึ้นจนเป็นเหตุให้จำนวน ticket ไม่สัมพันธ์กับจำนวนเจ้าหน้าที่หรือไม่? เจ้าหน้าที่ของคุณรู้สึกทำงานหนักเกินไปจนเกิดความเครียดหรือไม่? ไม่ว่าพนักงานของคุณจะมีความสามารถมากแค่ไหน แต่เมื่อต้องเจอกับปริมาณ อีเมล โทรศัพท์ และคำถามที่เข้ามาจากช่องทางต่าง ๆ มากเกินไปจนรู้สึกรับมือไม่ไหว จัดการได้ไม่ทันใจลูกค้า อาจทำให้เจ้าหน้าที่รู้สึกเครียดเกินไป เพราะในโลกของการบริการลูกค้า ไม่มีอะไรที่จะเครียดไปกว่าจำนวน ticket ค้างที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากขาดทรัพยากรเข้ามาช่วยแบ่งเบางาน ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ของคุณไม่มีการเชื่อมต่อระหว่างเจ้าหน้าที่ด้วยกัน กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถสื่อสารหรือทำงานร่วมกันในแบบเรียลไทม์ได้ ถือเป็นการขาดประสิทธิภาพในการซัพพอร์ตลูกค้าขั้นพื้นฐานที่จะส่งผลกระทบถึงค่า CSAT และ ASAT ได้ การบริการไม่สอดคล้องกันในทุกช่องทาง หากทีมของคุณให้การซัพพอร์ตลูกค้าข้ามช่องทางโดยไม่สอดคล้องกัน หากจะให้ยกตัวอย่างเคสง่าย ๆ คงหนีไม่พ้นการให้ลูกค้าต้องเล่าซ้ำ ๆ ถึงปัญหาของพวกเขาเมื่อมีการโอนสายไปยังเจ้าหน้าที่ท่านอื่น หรือ วันนี้ลูกค้าโทรหาคุณโดยที่คุณไม่เคยรู้เลยว่าลูกค้าคนเดียวกันนี้เคยส่งอีเมลมาหาคุณแล้ว เป็นต้น การทำให้ลูกค้ารู้สึกสับสนว่าช่องทางไหนบ้างที่สามารถไว้วางใจได้อาจส่งผลกระทบถึงความไม่ไว้วางใจในบริษัทไปด้วย ถือเป็นข้อผิดพลาดที่ไม่ควรมองข้าม การบริการและการสื่อสารข้ามช่องทางที่ไม่สอดคล้องกันนี้ยังรวมไปถึงบริบทต่าง ๆ ของลูกค้าที่อาจสูญหายไป และ ticket อาจมีการตกหล่นอีกด้วย ซึ่งส่งผลให้การสนทนากับลูกค้ามีความยืดเยื้อ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหานานกว่าเดิม และเกิดเป็น ticket คงค้างมากยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบให้ได้รับค่าความพึงพอใจของลูกค้าในระดับต่ำ อีกทั้งพนักงานของคุณจะรู้สึกหงุดหงิดเนื่องจากไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสมในการหาข้อมูลและทำงานร่วมกัน ฉะนั้นอย่าปล่อยให้ทีมซัพพอร์ตของคุณต้องใช้เวลาถึง 20 นาทีในการโทรหาแผนกอื่นเพื่อหาคำตอบให้กับลูกค้าของคุณ เจ้าหน้าที่แอดมินต้องพยายามดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่ง report ประสบการณ์ของลูกค้าถือเป็นสิ่งสำคัญ ทุกธุรกิจควรมีการตั้งเป้าหมายและมีตัวชี้วัดในด้านประสบการณ์ของลูกค้า (customer experience) ซึ่งหากเจ้าหน้าที่แอดมินหรือผู้ดูแลระบบของคุณต้องหัวหมุนและดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งการรายงานผลต่าง ๆ...

Continue reading

G Suite: Your Digital Transformation Partner

โดย: ดร. วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์, Founder & CEO, Demeter ICT ผ่านไปด้วยดีกับอีเวนทํประจำไตรมาสของ Demeter ICT ร่วมกับ Google ในหัวข้อ G Suite: Your Digital Transformation Partner คำว่า Digital Transformation คำนี้ค่อนข้างฮิตกันในยุคนี้ ที่ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนก็พูดถึง ซึ่งเรามักจะมองว่ามันเกี่ยวข้องกับองค์กรขนาดใหญ่ แต่องค์กรระดับ SME ไม่น่าจะเกี่ยวข้องเพราะว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือมักจะมองว่า Digital Transformation คือการลงทุนทางด้าน ‘เทคโนโลยี’ ใช้เงินแก้ปัญหาแล้วจบเลย แต่จริงๆ แล้วเรื่องราวไม่ได้ง่ายแบบนั้นครับ หลายองค์กรมักจะตั้งต้นคำว่า Digital Transformation คือการไปเอาเทคโนโลยีเป็นตัวตั้งต้น ด้วยการดูว่าปัจจุบันในอุตสาหกรรมเดียวกับธุรกิจมีเทคโนโลยีอะไรบ้าง แล้วก็ลงทุนซื้อเทคโนโลยีมาใช้งานเลย แต่ก็ไม่ได้แก้ปัญหาขององค์กรจริงๆ เพราะกินยาผิด เนื่องจากเทคโนโลยีที่เอามาใช้ไม่ได้แก้ปัญหาขององค์กรจริงๆ ซึ่งส่วนใหญ่คนในองค์กรยังคงมีรูปแบบการทำงานที่เหมือนเดิม แม้จะมีเทคโนโลยีเข้ามาใช้ก็ตาม ในความเห็นผมการทำ Digital Transformation จะต้องเริ่มที่ Pain point หรือจุดที่องค์กรมีปัญหาองค์กรก่อน เช่น ทำการวิเคราะห์ว่าทุกวันนี้องค์กรมีปัญหาอะไร ทำงานช้าที่ตรงไหน data discrepancy อยู่จุดไหน ขาดข้อมูลส่วนไหนบ้าง โดยที่ยังไม่ต้องพูดถึงเทคโนโลยีก่อน จากนั้นพอสรุปประเภทปัญหาได้แล้ว จึงคิดต่อว่าเครื่องมืออะไรบ้างที่มาแก้โจทย์นี้ได้ และที่สำคัญคือ ‘คนในองค์กร’ จะมีภาพความฝันในการทำงานบนเทคโนโลยีนั่นด้วยวิธีการทำงานแบบไหนที่ไม่เหมือนเดิม ซึ่งมาถึงจุดนี้เราจะตอบได้ทันทีว่า Digital Transformation จะไม่ใช่เรื่องของ CIO เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของ CEO ที่ต้องทำหน้าที่ Project Sponsor ในการไดรฟ์ให้คนในองค์กรมาทำงานด้วยวิธีใหม่ บนเทคโนโลยีใหม่ ไม่ใช่ทำงานบนเทคโนโลยีใหม่ด้วยวิธีการทำงานแบบเดิม ซึ่งการทำ Change Management หรือการบริหารการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้คนในองค์กรปรับเปลี่ยนวิธีทำงานบนเทคโนโลยีใหม่ เป็นสิ่งทีืจำเป็นในการทำ Digital Transformation มากครับ ผมมักจะยกตัวอย่างขององค์กรที่ใช้ Google G Suite อยู่เสมอว่า G Suite ไม่ใช่มาแทนระบบอีเมลเดิม...

Continue reading

ซื้อ Zendesk กับดีมีเตอร์ ไอซีที VS ซื้อโดยตรง

หลังจากมีหลายท่าน ๆ สอบถามกันเข้ามาถึงความแตกต่างระหว่างการซื้อ Zendesk กับ Demeter ICT ที่เป็น Zendesk partner ในประเทศไทย กับการซื้อจาก Zendesk โดยตรงว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจจึงขอจำแนกการบริการออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ 1. License การซื้อบริการ License นั้นสามารถซื้อได้ทั้งกับ DMIT หรือซื้อกับ Zendesk โดยตรง ซึ่งราคาจะไม่มีความแตกต่างกันมากนักขึ้นอยู่กับอัตราการแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาทไทย 2. Implement ในส่วนของการ Implement นั้นจะสามารถซื้อได้กับ DMIT เพียงอย่างเดียว เนื่องจากทาง Zendesk ยังไม่มีบริการ Implement ให้ในประเทศไทย ฉะนั้นท่านสามารถซื้อ License กับ Zendesk แล้วมาซื้อ Implement กับทางเราก็ได้ หรือจะซื้อทั้ง License และ Implement กับเราทีเดียวเลยก็ได้เช่นกัน ซึ่งหากซื้อ Implement กับเราจะได้รับการ Training ให้ด้วย ความแตกต่างระหว่างซื้อ/ไม่ซื้อ implement ซื้อ: ทาง DMIT จะทำการ setting ระบบตามความต้องการของลูกค้า รวมถึงมีการ training ให้กับพนักงานหรือผู้เกี่ยวข้องที่ต้องใช้งานระบบ Zendesk และหากเกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบ เช่น เกิด bug หรือ software มีการ upgrade หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานอื่น ๆ ทาง DMIT มีการซัพพอร์ตและรับประกันให้ 1 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ซื้อ: หากลูกค้าไม่ต้องการ implement ลูกค้าจะต้องศึกษาการใช้งานระบบ Zendesk ด้วยตัวเอง โดยทาง DMIT มีการซัพพอร์ตในส่วนวิธีการใช้งานเป็นภาษาไทยให้ ซึ่งทางลูกค้าต้องทำการ setting ระบบเอง ในกรณีที่เกิดปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน ทาง...

Continue reading

อยากซื้อ Zendesk กับ Demeter ICT ต้องทำอย่างไร?

ในประเทศไทย Zendesk ถือว่ากำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากคนเริ่มรู้จักบวกกับบริษัทหลาย ๆ แห่งได้มีการนำ Zendesk มาใช้งานแล้ว (คลิกดูลูกค้า DMIT ที่ใช้งาน Zendesk) ซึ่งอาจเกิดเป็นคำถามสำหรับหลาย ๆ ท่านที่สนใจ Zendesk ว่าการจะซื้อหรือนำ Zendesk ไปใช้งานนั้นต้องทำอย่างไร และมีขั้นตอนอย่างไร บทความนี้จึงจะขอแนะแนวทางให้ทุกท่านได้ทราบคร่าว ๆ กัน 1. ศึกษารายละเอียดเบื้องต้น หากคุณยังไม่ทราบรายละเอียดชัดเจนว่า Zendesk คืออะไร? Zendesk จะตอบโจทย์กับการใช้งานในบริษัทคุณหรือไม่ คุณสามารถสอบถามรายละเอียดเข้ามาได้ตามช่องทางการติดต่อที่แนบไว้ด้านล่าง หรือจะลองทดลองใช้ฟรีก่อน 30 วันก็ได้ไม่ว่ากัน (คลิกลงทะเบียนทดลองใช้ฟรี) LINE: @dmit Office: 02-675-9371 Sales: 095-804-5482 (คุณยิ่ว), 094-553-4145 (คุณพิม) Email: support@dmit.co.th 2. นัดเข้าไปนำเสนอ (present) ผลิตภัณฑ์ หลังการศึกษาหรือสอบถามรายละเอียดเบื้องต้น หากคุณสนใจและต้องการให้เราเข้าไปนำเสนอตัวผลิตภัณฑ์เพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น ก็สามารถติดต่อเข้ามานัดวันให้เราเข้าไปนำเสนอได้ทั้ง 2 แบบ คือ ให้เราเข้าไปนำเสนอที่บริษัทของคุณ ในกรณีที่บริษัทของคุณอยู่ต่างจังหวัด หรือนอกเหนือจากกรุงเทพฯ สามารถนำเสนอผ่าน Video Conference ได้ 3. พิจารณา/ประเมินราคา หลังจากการนำเสนอ ถามคำถามเบื้องต้น อย่างเช่น คุณต้องการนำ Zendesk ไปใช้ในด้านใด ไปใช้กับแผนกหรือทีมใด บริษัทของคุณมีระบบการดำเนินงานอย่างไร มีเจ้าหน้าที่ที่ต้องใช้งานจำนวนเท่าไหร่ เพื่อประเมินราคาเบื้องต้น ซึ่งหากคุณต้องการให้เรา implement ให้ด้วย จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่ม ความแตกต่างระหว่างซื้อ/ไม่ซื้อ implement ซื้อ: ทาง DMIT จะทำการ setting ระบบตามความต้องการของลูกค้า รวมถึงมีการ training ให้กับพนักงานหรือผู้เกี่ยวข้องที่ต้องใช้งานระบบ Zendesk และหากเกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบ เช่น เกิด bug หรือ software มีการ...

Continue reading

ไม่ต้องฝ่าฝุ่นพิษ ก็ทำงานที่บ้านได้ด้วย G Suite

จากข้อมูลรายงานคุณภาพอากาศทางสื่อต่างๆ ที่ได้ออกมาประกาศว่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) อยู่ในระดับสูงเกินกว่า 100 หลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล แสดงให้เห็นว่าค่าความเข้มข้นของมลพิษทางอากาศมีค่าเกินมาตรฐานและคุณภาพอากาศในวันนี้เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของทุกคน ทางบริษัทดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด เล็งเห็นถึงความสำคัญของเรื่องสุขภาพพนักงานเป็นหลัก จึงออกนโยบายระยะสั้นคือ ให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้ตามความเหมาะสม (Work From Home)  เราลองมาดูเหตุผลหลักๆ กันว่า ทำไมพนักงาน Dmit ถึงสามารถใช้นโยบายนี้ได้ ที่มารูปภาพ – AirVisual Digital Transformation Era เหตุผลหลักที่ทีมงาน Dmit สามารถใช้นโยบาย Work From Home ได้เนื่องจาก Dmit มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการทำให้ระบบการทำงานทั้งหมดเป็นไปในรูปแบบดิจิตัล บริษัทของเราจึงเลือกใช้ระบบ G Suite เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน ลดข้อจำกัดในเรื่องของเวลาและสถานที่ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ โดยแอปพลิเคชันใน G Suite ถูกออกแบบมาเพื่อการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น วันนี้เราจะยกตัวอย่างแอปพลิเคชันที่พวกเราใช้ทำงานกันจริง ขณะที่พนักงานแต่ละคนกำลังอยู่ที่บ้าน https://www.youtube.com/watch?v=oGPc_o-e4BQ&feature=youtu.be Case 1: นัดหมายการประชุมออนไลน์ เราสามารถเช็ควันและเวลาว่างของพนักงานแต่ละคนด้วย Google Calendar เพื่อลดเวลาในการทำตารางนัดหมายในรูปแบบเดิม จุดเด่นหลักของ Google Calendar คือเราสามารถนัดหมายการประชุมทางออนไลน์ได้ โดยการสร้างอีเว้นท์ขึ้นมาใน Calendar เชิญพนักงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าร่วม เมื่อถึงวันเวลาที่นัดหมาย เราสามารถคลิกลิงก์เพื่อเริ่มวิดีโอคอลผ่าน Hangouts Meet ได้โดยตรงจาก Calendar เลย Case 2: การประชุมแบบระยะไกล ในระหว่างที่พนักงานแต่ละคนทำงานกันคนละสถานที่ เราจึงเลือกใช้ Google Hangouts ใน G Suite ในการแชท พูดคุย ส่งข้อความ หรือประชุมผ่านวีดีโอคอล มากกว่านั้นยังสามารถแชร์หน้าจอหรือแชร์ไฟล์เอกสารให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นหรือแก้ไขงานไปพร้อมกันแบบ real time ข้อดีของ Google Hangouts คือ สามารถประชุมผ่านวีดีโอพร้อมกันได้ถึง 25...

Continue reading

มาเยือนออฟฟิสกูเกิ้ลที่สิงคโปร์กันเถอะ

วันนี้ Demeter ICT จะพาผู้อ่านทุกท่านมาเยือนหนึ่งในพาร์ทเนอร์ที่สำคัญที่สุดของเรา นั่นก็คือ Google ซึ่งทาง Demeter ICT คือหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของ Google รายหนึ่งในประเทศไทย สำนักงานใหญ่ภาคพื้นเอเชียของ Google ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์​ ตั้งอยู่บริเวณ Maple Tree Business Center ปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 3,000 คน ช่วงนี้กำลังขยายคนเพิ่มนะครับ ใครสนใจก็มาสมัครได้ ภาษาอังกฤษต้องดีมากนะครับ สัมภาษณ์ประมาณ 5 รอบขึ้นไป แล้วแต่ตำแหน่ง บรรยากาศของ Google โชยเข้ามาทันที แม้แต่ทางเดินเลื่อนอัตโนมัติยังแปะป้าย Google Chrome โซนที่สำนักงาน Google อยู่เรียกว่า Mapletree Business Center ไม่ใช่เพียงแค่ Google อยู่ที่นี่นะครับ แม้แต่ Facebook หรือ CISCO หรือ Oracle ก็อยู่ในบริเวณเดียวกันเหมือนกัน เราเรียกบริเวณนี้ว่า Mapletree Business City ไม่น่าเชื่อว่าสิงคโปร์จะสามารถสร้าง Cluster ของธุรกิจไฮเทค ได้ใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้ จนเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ภาคพื้นเอเชียของบริษัทใหญ่ๆ ทั่วโลก เป็นที่ดึงดูดของคนเก่งๆ ทั้งโลกให้มาทำงานที่นี่ การดึงคนเก่งๆ มาทำงานไม่ง่ายนะครับ เพราะต้องมี Ecosystem ที่เอื้อ เช่น ความปลอดภัย การเดินทาง โรงเรียนให้ลูกเรียน วัฒนธรรมการทำงานที่ Dynamics ถ้าต้องลำบากในการมาทำงานเหมือนไปประเทศกันดารๆ ก็คงไม่มีคนเก่งๆ ที่ไหนอยากมาทำงานด้วย บรรยากาศตรงล๊อบบี้ของ Google APAC HQ โอ่โถงมาก ผมเห็นคนเดินไปมามีคนสิงคโปร์ไม่เยอะเท่าคนต่างชาติ ใครมาเยือนที่นี่เค้าแนะนำให้ต่อเลโก้เป็นชื่อตัวเองแปะบนบอร์ดนี้นะครับ Google APAC HQ ที่สิงคโปร์​บอกเลยครับว่าอลังการงานสร้างมาก มีห้องครัวเล็กๆ ทุกชั้นให้ทานอาหาร มีมุมกาแฟ ฟิตเนส ทำผม นวด มีมุมทำงานนอกโต๊ะทำงานเต็มไปหมด บรรยากาศ​เหมือนมหาวิทยาลัย สำนักงาน Google มี 3...

Continue reading

มารู้จักสำนักงานใหญ่ภาคพื้นเอเชียของ Zendesk กัน

วันนี้จะพาทุกคนมารู้จักพาร์ทเนอร์ของ Demeter ICT ที่มีสำนักงาน APAC ที่อาคารนี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ อาคารนี้มียาหม่องตราเสือเป็นเจ้าของตึก แต่พาร์ทเนอร์เราไม่ได้ทำยาหม่องขายนะครับ แต่เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่เติบโตเร็วมาก เริ่มต้นมาจากผู้ก่อตั้งสามคนทำงานพัฒนาระบบในห้องครัวที่เดนมาร์ก จนมาจดทะเบียนระดมทุนในตลาดหลัทรัพย์ NYSE ทำงานด้วยกันมาสองปีกว่าเพิ่งได้มาเยี่ยมเยียนเพื่อนร่วมงานกันนี่ล่ะครับ เฉลยนะครับ พาร์ทเนอร์ของเราก็คือ Zendesk เป็น Multi-Channel Customer Service Solution อันดับหนึ่งของโลก โดยเริ่มจาก Founders คนทำงานพัฒนาระบบ Customer Service ในห้องครัวที่เดนมาร์ก ด้วยคอนเซปว่าลูกค้าจะ Happy ต้องทำให้ทีมงานของเราที่ให้บริการลูกค้า Happy ด้วย การออกแบบซอฟต์แวร์ใช้คอนเซปของ Customer Experience คือออกแบบเครื่องมือที่ทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีเท่าเทียมกันทุกช่องทาง โดยเริ่มธุรกิจในปี 2007 ปัจจุบันทั่วโลกมีพนักงาน 2,000 คน เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ NYSE ในปี 2014 ปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการกว่า 1 แสนบริษัท ใน 150 ประเทศ ถ้าถามหาว่าใครเป็นลูกค้าบ้าง นับนิ้วแทบไม่ไหว มีตั้งแต่ AirBNB, Agoda, Uber, Grab, aCommerce, LINE Mobile, Minor Group, Kerry Express, Booking, GoJek, Lazada ฯลฯ เรียกว่าเยอะมากๆ ที่โด่งดังในองค์กรที่ให้ความสำคัญของบริการแบบ Multi-Channel Customer Service การเริ่มธุรกิจของ Zendesk คือการแก้ Pain Points ของการที่ Agent ที่ให้บริการต้องแก้ปัญหาให้ลูกค้าโดยเร็วที่สุด และประทับใจ ปัญหาของลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาในหลายที่คือ ต้องเล่าความเจ็บปวดของตัวเองที่ได้รับจากการบริการแบบซ้ำๆ ทุกครั้งที่วางสายไป หรือติดต่อเข้ามาอีกช่องทาง ไม่เชื่อลองไป complain อะไรกับธนาคารหรือบริษัทที่ให้บริการหรือขายสินค้าอะไรที่ไหนสักแห่งผ่าน Call Center แล้วไปตามเรื่องผ่าน Facebook Chat หรือ Email...

Continue reading

เหตุผลที่บริษัท SIXSHEET เลือกใช้ G Suite กับดีมีเตอร์ ไอซีที

- SIXSHEET GROUP COMPANY LIMITED - วันนี้ Demeter ICT จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ บริษัท ซิกชีท กรุ๊ป จำกัด ที่จะมาบอกเล่าประสบการ์ณการใช้งาน G Suite หรือที่หลายท่านรู้จักกันในชื่อไม่เป็นทางการว่า Google Business Email ในปัจจุบันธุรกิจประเภทต่างๆเริ่มมีการแข่งขันกันทางการตลาดสูงขึ้น ทำให้เกิดการจัดงานอีเว้นท์หรือออกบูธเพื่อโปรโมทซื้อค้าและดึงดูดลูกค้ารายใหม่ ซึ่งบริษัท SIXSHEET เป็นบริษัทขนาด SME ได้เปิดให้บริการมาประมาณ 3 ปี โดยให้บริการจัด Photo booth หรือ Video Booth และปริ้นภาพแบบอัตโนมัติสำหรับงานอีเวนท์เปิดตัวสินค้า งานแต่งงาน ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากบริษัทต่างๆในการเข้าใช้บริการ เช่น AIA,  SEPHORA , SINGHA , Shopee , LAZADA , KOUEN , Ovaltine , CALVIN KLEIN , EUCERIN , PHILIPS , SCB ซึ่งบริษัทดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ CEO ของบริษัท SIXSHEET อย่างคุณวิธวินท์ ลีลาวนาชัย (แชมป์) และ คุณพงศ์นาท ช่อวิเชียร (นาท) ถึงการใช้งาน G Suite โดยเริ่มแรกคุณแชมป์และคุณนาทได้มองหาเครื่องมือที่จะมาช่วยให้การทำงานเป็นระบบมากยิ่งขึ้น และช่วยให้ทุกคนสามารถทำงานบน platform เดียวกัน จึงเริ่มศึกษาว่าบริษัท Start up ส่วนใหญ่เขาใช้แอพพลิเคชันอะไรเพื่อตอบโจทย์ในการทำงาน ซึ่งก่อนหน้านั้นทางบริษัท SIXSHEET ได้ลองใช้แอพพลิเคชันมาหลายอย่างก่อนที่จะมาลงตัวกับ แอพพลิเคชัน G Suite โดยคุณแชมป์ได้มองเห็นถึงปัญหาการใช้งานอีเมล การจัดเก็บไฟล์งานต่างๆ และการสำรองข้อมูล ประเด็นแรกคือ การใช้อีเมลในนามบุคคลหรืออีเมลส่วนตัวติดต่องานกับลูกค้าทำให้ความน่าเชื่อถือของบริษัทลดลง อย่างที่สองคือพื้นจัดเก็บอีเมลไม่เพียงพอ และอย่างสุดท้ายคือปัญหาในการแนบไฟล์ในอีเมล เพราะด้วยบริษัทออแกไนซ์อาจจะต้องมีการแนบไฟล์อย่าง...

Continue reading

ศุภาลัย วางใจเลือกใช้ Google G Suite ในองค์กร

ผู้บริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เล็งเห็นความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว เลือก Google G Suite หรือที่มักจะเรียกชื่อไม่เป็นทางการว่า Google Business Email เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และลดค่าใช้จ่ายองค์กร โดยเริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปี 2559 คุณสิทธา ไชยเขตต์ - Assistant Vice President รับผิดขอบสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ของ บมจ. ศุภาลัย กล่าวว่า บริษัทฯ เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีธุรกิจหลักด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งศุภาลัยเป็นผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในประเทศไทย บริษัทฯ มีวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำในด้านการสร้างนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะเห็นได้ว่าโครงการของศุภาลัยทุกโครงการจะส่งมอบบ้านและคอนโดที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าด้วยวิธีดำเนินงานที่มีการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าสูงที่สุด และยังคงสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น จากวิสัยทัศน์ดังกล่าว สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศได้กำหนดให้การพัฒนาระบบสารสนเทศขององค์กร จะต้องมีความสอดคล้องและสนับสนุนวิสัยทัศน์ของบริษัท “G Suite ตอบโจทย์วิสัยทัศน์องค์กร ในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับบุคลากร และลดค่าใช้จ่ายในการลงทุน ซึ่งการใช้ G Suite ภายในองค์กรนับได้ว่าเป็นการใช้เครื่องมือการทำงานที่มีนวัตกรรมระดับโลก พนักงานของเรามากกว่า 1,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะทาง สามารถทำงานร่วมกันบน G Suite ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ข้อมูลการทำงานเป็นไปในรูปแบบบูรณาการ” คุณสิทธา กล่าว เหตุผลที่ศุภาลัยเลือกใช้ G Suite เนื่องจากโซลูชั่นส์เป็นของ Google ที่เป็นบริษัทระดับโลก มีความน่าเชื่อถือด้านการปฏิบัติงาน การให้บริการ และมีศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งเล็งเห็นแล้วว่าหากศุภลาลัยลงทุนเองเพื่อให้ได้มาตรฐานระดับนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนที่สูงมาก คุณสิทธา กล่าวเสริมอีกว่า “ภายหลังจากการนำ G Suite มาใช้งานได้สักระยะ จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการทำงานของพนักงานในองค์กรได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานร่วมกันบนระบบเดียวกัน ความพึงพอใจของผู้ใช้งาน ทีมงานไอทีลดภาระในด้านการทำงานเนื่องจาก G Suite มีความสามารถป้องกันการโจมตีจากภายนอก เช่น Spam และ Virus email ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถลดภาระงานของบุคคลากรที่รับผิดชอบในการดูแลระบบอีเมลเดิม” เมื่อถามถึงปัจจัยสู่ความสำเร็จในการนำ G Suite มาใช้งานให้คุ้มค่า...

Continue reading