วิธีสร้างแผนที่บริษัทหรือร้านค้าใน Google Maps

ในปัจจุบันการเดินทางมีความยุ่งยากมากขึ้น โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร เมืองที่ติดอันดับต้นๆของโลกที่รถติดหนักมาก ซึ่งทำให้ผู้ใช้รถหันมาหาเส้นทางลัดเพื่อเลี่ยงการจราจรเส้นหลัก แล้วแอพพลิเคชันที่เป็นยอดนิยมในการค้นหาเส้นทาง คือ Google Maps ดังนั้นหากคุณอยากให้บริษัท องค์กร หรือร้านค้าของคุณถูกค้นหาได้บนแผนที่ของ Google Maps  มีสองวิธีที่จะติดตั้งที่อยู่บริษัทหรือร้านค้าของคุณ ข้อแตกต่างของสองวิธีนี้คือ วิธีแรกเป็นการเพิ่มสถานที่ ที่หายไปจาก Google Maps โดยใส่ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร ประเภทบริษัทหรือร้านค้า แต่ขอเสียของวิธีนี้คือ!! ทุกคนที่ไม่ใช่เจ้าของบริษัทหรือร้านค้าสามารถเข้าไปแก้ไขรายละเอียดสถานที่หรือเวลาเปิดปิดร้านได้ ดังนั้นวิธีที่สองอาจจะทำให้เจ้าของบริษัทหรือร้านค้าได้รับความเป็นสิทธิในความเป็นส่วนตัวมากกว่า เพราะจะมีการส่งจดหมายยืนยันการเป็นเจ้าของร้านเท่านั้นถึงจะสามารถแก้ไขข้อมูลได้ วิธีที่ 1 ในการใส่ที่อยู่ของบริษัทลง Google Maps ล็อคอินด้วยแอคเคาท์ G Suite หรือ Gmail จากนั้นคลิกที่จุดเก้าแต้มหรือแอพพลิเคชันตรงมุมขวา เลือกเมนู Google Maps เลือกเมนูทางซ้ายมือหรือสัญลักษณ์สามขีด 3. กดเพิ่มสถานที่ตรง “Add a missing place ” 4. เพิ่มรายละเอียดสถานที่ เช่น ชื่อ ที่อยู่ ประเภทบริษัท เบอร์โทร เว็บไซต์ เวลาทำการ 5. ตั้งเวลาทำการโดยเลือกวันและเวลาได้ หลังจากนั้นกด submit วิธีที่ 2 ในการใส่ที่อยู่ของบริษัทลง Google Maps 1.หลังจากคลิก “Add a missing place” หรือ “เพิ่มสถานที่ที่ขาดไป” ให้เลือนลงมาด้านล่านสุดแล้วคลิกคำว่า “Claim this business” หรือ “อ้างสิทธิ์ในธุรกิจนี้” 2. .ใส่ชื่อบริษัทหรือร้านค้า 3.ใส่ที่อยู่บริษัทหรือหน้าร้าน 4. ก่อนจะคลิก next หรือ ถัดไป จะมีช่องให้ติ๊กว่า “ฉันจัดส่งสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้า” และ “ซ่อนที่อยู่ของฉัน (ที่อยู่นี้ไม่ใช่หน้าร้าน)” 5. เลือกปักหมุดที่อยู่บริษัทหรือร้านค้าของคุณ 6. เลือกระยะทางที่ให้บริการจัดส่งเป็นกิโลเมตร หรือเจาะจงพื้นที่โดยใส่ชื่อเขตหรือสถานที่ 7.เลือกหมวดหมู่หรือประเภทบริษัทที่เหมาะกับคุณ...

Continue reading

ทำไมต้องใช้บริการ G Suite กับ Demeter ICT

ให้ความช่วยเหลือด้านการวางแผนการใช้ G Suite ฟรีบริษัท Demeter ICT จะเข้ามาช่วยให้คำแนะนำแพคเกจที่เหมาะสมที่ลูกค้า หรือฟังก์ชันอะไรบางที่ลูกค้าต้องใช้ เนื่องจากธุรกิจแต่ละประเภทเน้นการใช้งานรูปแบบ G Suite ที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงต้องการผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำในการเลือกซื้อ หากคุณเป็นบริษัท startup และยังไม่มีโดเมนเนม ( @yourcompany ) ทาง Demeter ICT จะเข้ามาช่วยเช็คโดเมนที่สามารถจดได้ และช่วยวางแผนการใช้งานในด้านต่างๆเพื่อให้ลูกค้าได้ใช้งาน G Suite ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด มีผู้เชี่ยวชาญทางด้าน G Suite ให้บริการ Support หลังการขายฟรีบริการซัพพอร์ตการใช้งาน G Suite ผ่านทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์ อีเมล แชท โซเชียลเน็ตเวิร์ค ซึ่ง Demeter ICT สามารถซัพพอร์ตลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ ด้วยทีมงานที่มี Certificate ด้าน Google G Suite ระดับสูงสุด เมื่อลูกค้าพบปัญหาการใช้งานติดต่อเจ้าหน้าที่ของ Demeter ICT ได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่าน Call Center ซึ่งช่วยให้ลูกค้าได้รับคำตอบได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องติดปัญหาเรื่อง Time Zone เหมือนซื้อกับทาง Google ที่ต้องรอเวลาทำการของต่างประเทศและต้องเซ็ตรหัสพินของ G Suite ให้ถูกต้องเพื่อใช้ติดต่อกับฝ่าย Technical ซึ่งบางครั้งลูกค้าอาจจะไม่เข้าใจศัพท์เทคนิคบางอย่างหรือไม่สามารถทำตามขั้นตอนได้ด้วยตัวเอง แต่ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อซื้อ G Suite กับทาง Demeter ICT เพราะเจ้าหน้าฝ่ายเทคนิคสามารถจัดการระบบอีเมลแต่ละอีเมลได้ Demeter ICT ซัพพอร์ตการใช้งาน G Suite ด้านใดบ้าง  คลิก  จัดอบรมการใช้งาน G Suite และอัพเดตฟีเจอร์ใหม่ๆของ G Suite ให้กับลูกค้ามีการจัดอบรมการใช้งาน G Suite เชิงลึก (ฟรี หรือ ตามเงื่อนไขที่กำหนด) พร้อมทั้ง Workshop การใช้งานฟังก์ชันต่างๆทุกๆ 3 เดือน ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ Demeter ICT ยังมีบริการอบรบ G Suite ระดับ Admin ให้กับลูกค้าที่สนใจ โปรโมทชันสุดพิเศษ!! ซื้อ G Suite 80 Account...

Continue reading

G Suite ทำอะไรได้บ้าง

G Suite (Google Apps) คือ แอปพลิเคชันที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดย Google เพื่อให้บริการทางด้านการบริหารจัดการภายในองค์กร ซึ่งได้มีการรวมแอปพลิเคชัน ต่างๆ ที่ถือว่ามีความจำเป็นต่อองค์กรในปัจจุบันอันได้แก่ Google Apps for Work,Google Calendar,Google Docs,Google Talk,Google Site ความสามารถของ G Suite (Google Apps Business) G Suite (Google Apps) ทำอะไรได้บ้าง มีพื้นที่ในการจัดเก็บอีเมล์ค่อนข้างใหญ่ ทำให้เราไม่จำเป็นต้องเข้ามาลบอีเมล์บ่อยๆสามารถเก็บอีเมล์ได้หลายๆเดือน โดยที่อีเมล์ไม่มีการสูญหาย บริการปฏิทินแบบออนไลน์ของ Google (Google Calendar) ซึ่งทำให้สามารถเก็บ ข้อมูลเหตุการณ์ต่างๆ รวมไว้ในที่เดียวกันได้ โปรแกรมการจัดการเอกสารออนไลน์ (Google Drive หรือ Google Docs)หลักการทำงานจะคล้ายกับโปรแกรมเอกสาร  ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเอกสารแบบออนไลน์ได้โดยผ่านการใช้เว็บเบราว์เซอร์ต่างๆ การสร้างหน้าเว็บไซด์ (Google Sites)ซึ่งสามารถกำหนดได้ ว่าต้องการให้เว็บไซด์ของตัวเองออนไลน์ได้ทั่วโลกหรือ ให้ออนไลน์แค่ภายในองค์กรเดียวกัน แอปพลิเคชันบนเว็บไซด์ที่มีคุณลักษณะการทำงานคล้ายๆ กับโปรแกรม  MSN (Google Hangouts) และยังสามารถสื่อสารด้วยเสียงผ่าน Internet G Suite (Google Apps) สามารถส่ง sms ไปยังหมายเลขที่ต้องการได้ ฟรี!! วันละ 50 ข้อความ ทำให้สามารถช่วยให้การทำงานของคุณ รวดเร็วขึ้น G Suite (Google Apps) สามารถใช้งานแบบ Google Offline เช็คอีเมล์และตอบกลับอีเมล์ โดยที่ยังไม่สามารถ Connect internet ได้ อบรมการใช้งาน G Suite (Google Apps for Business) ซึ่งรวมถึง Features ต่าง ๆ ที่ใช้ร่วมกันของทั้ง G Suite (Google Apps) Standard และ Education Edition ด้วย คอร์สต่าง ๆ ที่ใช้ในการอบรม เหตุผลที่ควรใช้ G Suite  (Google Apps Business) เทคโนโลยี Could Computing ทำให้ข้อมูลของผู้ใช้สามารถเก็บได้นาน ไม่ต้องกลัวข้อมูลสูญหาย และไม่ต้องเสียเวลากับการ Update Version ต่างๆของตัวโปรแกรมที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเอง เพราะหน้าที่ทั้งหมดนี้จะกระทำโดย Google ลดการใช้พนักงาน IT เพราะระบบมีปัญหาการใช้งานน้อยมาก มีความปลอดภัยสูง เพราะข้อมูลถูกจัดเก็บที่โดย...

Continue reading

16 ประโยชน์ที่ธุรกิจควรหันมาใช้ G Suite แทนฟรี Gmail

ในปัจจุบันการทำธุรกิจผ่านโลกออนไลน์เป็นอะไรที่ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก และแน่นอนว่าในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้านอกจากจะใช้โซเชียลมีเดียแล้ว การมี Email ในการติดต่อธุรกิจกันก็เป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้กัน ซึ่งหลายธุรกิจอาจจะยังใช้ฟรีอีเมลของ Gmail เช่น sale@gmail.com, staff@gmail.com หรืออาจจะมีการสร้างจากฟรีอีเมลอื่นที่ให้บริการ แต่แน่นอนเมื่อธุรกิจคุณเริ่มเติบโต ความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ขาดไม่ได้ เริ่มจากพื้นฐานก็คืออีเมลในการติดต่อนั่นเอง เช่น ถ้าอีเมลของคุณเปลี่ยนเป็น sale@dmit.com , staff@dmit.com ย่อมดูดีและน่าเชื่อถือกว่าแบบฟรีอีเมลแน่นอน ซึ่งถ้าวันนี้คุณมีความคุ้นเคยกับการใช้ฟรี Gmail อยู่แล้ว มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากที่ธุรกิจของคุณจะย้ายมาใช้ G Suite เพราะการใช้งานเหมือนเดิม ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมหรือเรียนรู้ใหม่ให้เสียเวลา และจริง ๆ แล้วหลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า G Suite ไม่ได้มีแค่ Gmail อย่างเดียวเท่านั้น ภายใต้ account ที่ได้รับนั้นยังมีเครื่องมือมากมายที่พร้อมจะช่วยให้การทำธุรกิจเป็นเรื่องง่าย เช่น Google Calendar, Google Drive, Google Docs, Google Sheets, Google Slides, Google Forms, Google Drawings, Google My Maps, Google Group, Google Photos, Google Sites และยังมีอีกมากมาย ส่วนในการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับธุรกิจนั้น ปัจจุบัน G Suite มีให้เลือกอยู่ด้วยกัน  3 เวอร์ชั่นด้วยกัน G Suite Basic G Suite Business G Suite Enterprise ซึ่งถ้าวันนี้คุณเป็นเจ้าของโดเมนเนมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะด้วยจดมาเพื่อทำเว็บไซต์ก็ตาม หรือจองชื่อไว้ก่อนแล้ว  เช่น มีชื่อโดเมน dmit.com โดยชื่อนี้อาจจะไปทำการจดทะเบียนไว้กับผู้ให้บริการจดโดเมน เช่น Godaddy, Register.com หรือรายอื่น ๆ ยิ่งเป็นการง่ายเพราะคุณเพียงแค่นำข้อมูลโดเมนนั้นๆ มาทำการติดตั้งให้เข้ากับ G Suite เวอร์ชั่นที่คุณต้องการ เขียนมาซะยาวเลย เราไปดูประโยชน์เพิ่มเติมอีก 16 ข้อกันดีกว่า ว่าทำไมเราควรย้ายจากฟรี Gmail  ไปเป็น G Suite กันดีกว่า 1.ความเป็นเจ้าของใน email account บริษัทควรเป็นเจ้าของในทุก email account ไม่ใช่พนักงาน นั่นหมายความว่า ถ้าวันใดวันนึง พนักงานเกิดลาออก ข้อมูลใน email ทั้งหมดจะยังอยู่ในบริษัท คนที่เป็นผู้ดูแลระบบเพียงแค่เปลี่ยนรหัสผ่าน หรือ ทำการโอนความเป็นเจ้าของ account ไปให้กับคนที่รับหน้าที่แทน เขาก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งหมด ลองนึกเหตุการณ์ดูว่า ถ้าเกิดว่าเราให้พนักงานใช้ gmail ส่วนตัว แล้วเขาลาออกไปทำงานกับคู่แข่ง ข้อมูลการติดต่อกับลูกค้า และ ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ก็ตามพนักงานคนนั้นไปด้วย ไม่ดีเลยใช่ไหม 2. ความเป็นเจ้าของไฟล์งาน ไฟล์งาน Google Docs, Sheets, Slides และอื่นๆ ที่พนักงานสร้างภายใต้ G Suite account เจ้าของไฟล์ก็ควรจะเป็นบริษัทไม่ใช่พนักงาน บริษัทอาจจะออกกฎระเบียบเพิ่มเติมให้ทำการเก็บข้อมูลงานทั้งหมดไว้บน Google Drive ซึ่งถ้าใครมีการทำงานหรือเก็บงานบนเครื่องส่วนตัวก็ควรจะให้ทำการ...

Continue reading

รวมภาพอบรม G Suite Essential Course for Digital Transformation ครั้งที่ 8

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา บริษัทดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของ Google ในประเทศไทยที่ให้บริการ G Suite หรือ อีเมลบริษัท และ Google Cloud ได้จัดงานอบรมการใช้งาน G Suite ครั้งที่ 8 ภายใต้หัวข้อ “G Suite Essential Course for Digital Transformation” ที่ตึกสำนักงานวิทยทรัพยากร มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ในวันที่ 16 ตุลาคม 2561 ภายในงานครั้งนี้ได้วิทยากรทรงคุณวุฒิอย่างคุณ ชนัส สาธรกิจ (Manager, Technical and Consulting Department) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากดีมีเตอร์ ไอซีที ที่มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปีในการจัดอบรมการใช้งาน G Suite มาแล้วมากกว่า 100 คอร์ส โดยคอร์สนี้เน้นรูปแบบ การทำ Workshop ให้ผู้เข้าอบรมทุกท่านได้ปฎิบัติจริงกับทุกหัวข้อของการอบรม พร้อมทั้งมีทีมงานผู้ช่วยคอยดูแลตลอดการทำ workshop เพื่อให้คุณไม่พลาดเคล็ดลับการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของ G Suite มากไปกว่านั้นผู้เข้าอบรมทุกท่านสามารถถามคำถามหรือสอบถามการใช้งาน รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน G Suite กับวิทยากรหรือทีมงานผู้ช่วยได้โดยตรง ซึ่งเนื้อหาการอบรมครั้งนี้จะกล่าวถึงพื้นฐานที่จำเป็นที่ต้องรู้เกี่ยวกับการใช้งานแต่ละแอพพลิเคชันใน G Suite เพื่อผู้ร่วมเข้าอบรมสามารถนำวิธีและเคล็ดลับต่างๆไปใช่งานได้จริง หรือปรับวิธีการทำงานให้การทำงานร่วมกันได้แบบเต็มประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีรายละเอียดหัวข้อการอบรม ดังนี้ แนะนำ G Suite Gmail Google contact Google Calendar Google Drive Google Docs , Sheets , Slides Google Forms Google Hangouts ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง ผู้เข้าร่วมให้ความสนใจกันเป็นอย่างดี นอกจากจะได้รับความรู้ไปอย่างเต็มเปี่ยม ยังได้รับความสนุกสนานและของที่ระลึกมากมายกลับไปอีกด้วย สำหรับใครที่พลาดโอกาสครั้งนี้ก็อย่าเพิ่งน้อยใจไปนะคะ สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมครั้งต่อไปได้ที่ www.dmit.co.th แล้วพบกันครั้งหน้าค่ะ บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด ผู้ให้บริการ G Suite ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (ตัวแทน...

Continue reading

ภาพการอบรม Advanced G Suite Workshop for Smart Enterprise ครั้งที่ 8

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ทางบริษัทดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของ Google ในประเทศไทยที่ให้บริการ G Suite และ Google Cloud ได้จัดงานอบรมการใช้งาน G Suite ครั้งที่ 8 ภายใต้หัวข้อ “Advanced G Suite Workshop for Smart Enterprise” ที่ตึกสำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่ 11 ตุลาคม 2561 ภายในงานครั้งนี้ได้วิทยากรทรงคุณวุฒิอย่างคุณ ชนัส สาธรกิจ (Manager, Technical and Consulting Department) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากดีมีเตอร์ ไอซีที ที่มีประสบการณ์ที่มากกว่า 9 ปีในการจัดอบรมการใช้งาน G Suite มาแล้วมากกว่า 100 คอร์ส ซึ้งคอร์สนี้เน้นรูปแบบ การทำ Workshop ให้ผู้เข้าอบรมทุกท่านได้ปฎิบัติจริง กับทุกหัวข้อของการสัมมนา พร้อมทั้งมีทีมงานผู้ช่วยคอยดูแล ตลอดการทำ workshop เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสอบถามและไม่พลาดเคล็ดลับการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของ G Suite ซึ่งเนื้อหาในการอบรมครั้งนี้จะเข้มข้นแบบเจาะลึก เน้นการใช้งาน G Suite แอพพลิเคชันต่างๆ เพื่อให้การทำงานร่วมกันได้แบบเต็มประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีรายละเอียดหัวข้อการอบรม ดังนี้ G Suite เป็นมากกว่า Email Project Management ( Google Drive ) Collaboration – การทำงานร่วมกันในองค์กรแบบเรียลไทม์ ( Google Sheets, Form, Calendar, Group, Site ) การประชุมทางไกล และแชร์หน้าจอให้เพื่อนร่วมงาน ( Google Hangouts ) ในระหว่างการอบรมผู้เข้าร่วมอบรมสามารถถามคำถามหรือสอบถามการใช้งาน รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน G...

Continue reading

สร้างระบบ IT Help Desk ต้นทุนต่ำได้ง่าย ๆ สำหรับองค์กรทุกขนาดด้วย Zendesk

ด้วยยุคที่เทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการทำธุรกิจมากขึ้น แผนก IT Support ขององค์กรก็เปรียบเสมือนน้ำมันหล่อลื่นที่ช่วยให้การทำงานของทุกแผนกเป็นไปอย่างราบรื่นต่อเนื่อง แน่นอนว่าซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้แผนก IT Support ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้นก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับองค์กรที่ต้องการจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่ง Zendesk ก็ถือเป็นระบบ Cloud Customer Service และ Engagement Platform ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้และช่วยตอบโจทย์ในด้านของ IT Support ได้อย่างคุ้มค่าในราคาประหยัด Zendesk คืออะไร? อันที่จริงแล้ว Zendesk คือ ระบบ Cloud Customer Service และ Engagement Platform ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการให้บริการและการสื่อสารภายนอก-ในองค์กรได้อย่างหลากหลาย โดยมีจุดเด่นดังต่อไปนี้ ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้จากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Website, Web Chat, Chat Application, Social Media, Call Center รวมถึง Mobile Application ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้เพื่อให้ลูกค้าหรือผู้ใช้งานสามารถติดต่อสื่อสารและขอรับการบริการต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย จากทุกช่องทาง Zendesk จะช่วยแปลงทุกการสื่อสารของคุณให้อยู่ในรูปของ Ticket และนำไปจัดเก็บไว้ในระบบ Ticketing System เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ นอกจากนี้ทีมงานยังสามารถรู้ถึงสถานะของทุก ๆ การสื่อสารได้ เช่น ลูกค้าส่งเรื่องเข้ามาแล้วยังไม่มีผู้รับเรื่อง, มีผู้รับเรื่องแล้วและกำลังดำเนินการอยู่ หรือดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว ซึ่งช่วยให้สามารถชี้วัดประสิทธิภาพของการให้บริการออกมาในเชิงตัวเลขได้อย่างชัดเจน สามารถสื่อสารกันภายในทีมได้ ช่วยอำนวยความสะดวกในการให้บริการลูกค้าแต่ละราย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอ้างอิงที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ในทุก ๆ การแก้ไขในแต่ละ Ticket สามารถเชื่อมต่อกับระบบ ERP, CRM, Email, Chat, Mobile Application และอื่น ๆ เพื่อนำข้อมูลหรือเหตุการณ์จากระบบต่าง ๆ มาใช้ร่วมกันภายใน Zendesk เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีระบบ Knowledge Base ให้ทีมหรือผู้ใช้งานสามารถแชร์ความรู้ต่าง ๆ รวมถึงสร้างคู่มือและวิธีการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง (Self-Service) ได้ โดย Zendesk...

Continue reading

รวมภาพการอบรม “Zendesk Training for Better Customer Service”

บริษัทดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันและซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ และผู้ให้บริการ Zendesk อย่างเป็นทางการรายใหญ่ในประเทศไทย (Zendesk Authorized partner) ได้จัดอบรมการใช้งาน Zendesk ในหัวข้อ “Zendesk Training for Better Customer Experience” เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ที่กำลังมองหาคอร์สอบรมการใช้งาน Zendesk ในประเทศไทย (บรรยายไทย) ได้มีโอกาสศึกษาถึงวิธีการใช้งาน Zendesk Support หรือ ระบบ Ticket Management ในรายละเอียดที่เจาะลึกมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดจากการใช้งาน Zendesk ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า โดยในครั้งนี้มีคุณชนัส สาธรกิจ (Manager, Technical and Consulting Department) ผู้เชี่ยวชาญจากดีมีเตอร์ ไอซีที เป็นผู้ดำเนินการอบรมพร้อมกับการ Workshop ให้ผู้เข้าร่วมสามารถปฏิบัติไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยมีรายละเอียดหัวข้อการอบรม ดังนี้ Zendesk Admin Overview Ticket Workflows Using Zendesk Support Business Rules Defining User Roles and Responsibilities Other Zendesk service Introduction to Insights ในระหว่างการอบรมผู้เข้าร่วมอบรมสามารถถามคำถาม สอบถามการใช้งาน รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน Zendesk ที่พบเจอและต้องการแก้ไขได้อย่างอิสระโดยตรงทั้งกับวิทยากรและเจ้าหน้าที่ท่านอื่น ๆ ทำให้บรรยากาศในการอบรมดำเนินไปอย่างเป็นกันเอง สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดตามเรื่องราวและข่าวสารเกี่ยวกับการอบรมการใช้งาน Zendesk ครั้งใหม่ได้ที่ www.dmit.co.th หรือติดต่อ บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด ผู้ให้บริการระบบ Zendesk ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ สนใจทดลองใช้ Zendesk ฟรี หรือสอบถาม ราคา...

Continue reading

มัดใจลูกค้าให้อยู่หมัด ด้วย 3 เคล็ดลับการจัดส่งสินค้า | E-commerce 2018

เรามักจะได้ยินบ่อย ๆ ว่า การให้ได้มาซึ่งลูกค้าใหม่มีราคาแพงกว่าการรักษาลูกค้าเดิม ซึ่งก็มีบทความและข้อมูลจาก eBook มากมายที่บอกถึงวิธีการรักษาลูกค้าเดิมให้คงอยู่ แต่ปัญหาที่พบคือ แหล่งข้อมูลเหล่านี้มักไม่ได้มีการพูดถึงโอกาสในการสร้างความความภักดีของลูกค้าผ่านการจัดส่ง หรือ การขนส่งสินค้า (Shipping) ของธุรกิจประเภทอีคอมเมิร์ซหรือธุรกิจค้าปลีก ผู้ค้าปลีกบางรายอาจเห็นการจัดส่งหรือการขนส่งเป็นแค่เพียงผลประโยชน์เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงวิธีการที่คุณจัดการกับกระบวนการในด้านนี้สามารถเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อลูกค้าของคุณได้ ต่อไปนี้เป็น 3 วิธี ที่ช่วยกระตุ้นความภักดีของลูกค้าผ่านประสบการณ์ด้านการจัดส่งสินค้า 1. มีวิธีการจัดส่งสินค้าหลายรูปแบบ ความสามารถในการวางแผนการซื้อของผู้บริโภคเป้าหมายเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก ลูกค้าบางรายอาจซื้อของวันคริสต์มาส เสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน ขณะที่บางรายไม่ได้ตระหนักถึงวันสำคัญเท่าไหร่นักจนกว่า Facebook จะขึ้นแจ้งเตือนพวกเขา และสำหรับนักช็อปประเภทหลัง เวลาคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับพวกเขามากกว่าค่าจัดส่งที่ต้องเสียแพงกว่าปกติ ฉะนั้นร้านใดที่เสนอประกันด้านการจัดส่งภายในเวลาที่ลูกค้าต้องการมักได้ใจลูกค้าประเภทนี้ไปเต็มๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดการสั่งซื้อสินค้าอีกครั้งเมื่อพวกเขาต้องการ ในขณะเดียวกันทางด้านลูกค้าที่ไม่ได้มีความเร่งรีบประเภทแรก ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาสามารถรอการจัดส่งสินค้าที่นานมาก ๆ ได้ ซึ่งหากคุณมีสินค้าอยู่ในสต็อก เวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดส่งสินค้าคือภายใน 3-5 วัน ไม่ควรนานมากกว่านี้เพราะจะส่งผลให้สูญเสียลูกค้าไปให้กับคู่แข่งได้ และยิ่งถ้าคุณสามารถปรับเปลี่ยนเป็นจัดส่งได้ภายในวันถัดไปเลยจะช่วยสร้างความภักดีให้กับลูกค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ฉะนั้นการมีทางเลือกในการจัดส่งให้กับลูกค้าที่หลากหลายจึงดีกว่าการให้ลูกค้าเลือกได้เพียงอย่างเดียว อ้างอิงจากการศึกษาถึงวิธีการเอาชนะการต่อสู้ทางธุรกิจ E-commerce (2018 Future of Retail Study) กล่าวว่า 2 ใน 3 ของผู้บริโภคเลือกธุรกิจ ค้าปลีกจากตัวเลือกพื้นฐานอย่างการจัดส่งสินค้านั่นเอง 2. นำเสนอนโยบายรับคืนสินค้าแบบพิเศษ การคืนสินค้าเป็นส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับธุรกิจค้าปลีกและ E-commerce ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากทีเดียว คุณอาจ เสนอทางเลือกที่ยืดหยุ่นและเป็นมิตรให้กับลูกค้ามากที่สุดจากในบรรดาคู่แข่งทั้งหมด ซึ่งหากคุณไม่ได้ทำให้การส่งคืนสินค้าเป็นเรื่องง่าย ลูกค้าอาจไม่กลับมาซื้อสินค้าจากคุณอีก จากการศึกษาเดียวกันพบว่า 79% ของผู้บริโภคอ้างว่านโยบายการคืนสินค้าที่ง่ายและราคาไม่แพงเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดที่ธุรกิจควรทำ และ 81% กล่าวว่าพวกเขาจะซื้อสินค้ามากขึ้นกับร้านค้าที่นำเสนอวิธีการคืนสินค้าในแบบง่าย ๆ นโยบายการคืนสินค้าแบบพิเศษ คือ ซื่อตรง: ไม่ใช้ศัพท์ทางกฎหมายที่ไม่จำเป็น หรือใช้ภาษาที่ซับซ้อนเกินไป ง่ายต่อการค้นหา: ไม่เพียงแต่อยู่ในหน้าเฉพาะเพียงหน้าเดียวเท่านั้น แต่ต้องมีอยู่ในกระบวนการเช็คเอาต์และในคำถามที่พบบ่อย มีรายละเอียดที่ลูกค้าให้ความสนใจ: รายละเอียดดังกล่าวต้องรวมถึงระยะเวลาในการคืนสินค้าหลังจากได้รับสินค้าแล้ว ข้อกำหนดต่าง ๆ (เช่น สินค้าต้องยังไม่ได้รับการเปิด หรือต้องมีป้ายสินค้าอยู่) และวิธีการที่ลูกค้าจะได้รับการคืนเงิน (คืนเป็นเงินเต็มจำนวน หรือเครดิตในร้านค้า) ในขณะเดียวกันทางด้านธุรกิจเองสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อลดจำนวนการคืนสินค้าคือ การใส่รูปภาพที่มีคุณภาพสูงและ คำอธิบายโดยละเอียดในทุกหน้าของผลิตภัณฑ์ และตรวจสอบให้แน่ใจว่ารูปภาพและคำอธิบายเหล่านี้แสดงถึงผลิตภัณฑ์ อย่างถูกต้อง ช่วยให้ลูกค้าสามารถพิจารณาสินค้าได้ด้วยตัวเองอย่างถูกต้องโดยไม่จำเป็นต้องรับความช่วยเหลือจากคุณ และต้องไม่ทำให้รายละเอียดหรือหน้าต่างการคืนสินค้าสั้นหรือเล็กเกินไปจนน่าเกลียด การให้ลูกค้าของคุณมีเวลาพอสมควร ในการส่งคืนสินค้าเป็นอีกวิธีหนึ่งในการแสดงความห่วงใยถึงความสุขของพวกเขาแม้จะเสร็จสิ้นการสั่งซื้อแล้ว สุดท้ายดำเนิน...

Continue reading

บริหารประสบการณ์ผู้ใช้งานยุคดิจิทัลสไตล์ LINE MOBILE

First contact resolution 90% CSAT 96% Cost decrease per contact with Zendesk 20% Customer Since 2016 Products Used ” LINE Mobile มอบประสบการณ์แปลกใหม่ในการซื้อแพ็กเกจโทรคมนาคมได้ทุกที่ทั่วโลก เมื่อไหร่ เวลาใดก็ได้ที่คุณต้องการ โดยไม่ต้องเดินทางไปยังศูนย์บริการที่แออัดไปด้วยผู้เข้ามาใช้บริการ ไม่ต้องโดนยัดเยียดขายแพ็กเกจที่คุณไม่ต้องการพร้อมค่าธรรมเนียมที่ซ่อนอยู่ และที่สำคัญคือไม่ต้องไปต่อคิวที่ยาวเหยียดอีกต่อไป “ LINE MOBILE ประเทศไทย บริษัทโทรคมนาคมที่ดำเนินธุรกิจทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว โดยการมอบประสบการณ์ที่แตกต่างจากบริษัทโทรคมนาคมอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง รวมถึงการสร้างความพึงพอใจที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า เปิดตัวในเดือนกันยายน 2017 โดยมีเป้าหมายในการทำให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ต้องการจริงๆ ผ่านประสบการณ์บนโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ด้วยการมอบประสบการณ์ในการขายที่ง่ายและสะดวกสบายที่สุด ทำให้ภายในระยะเวลาเพียง 8 เดือน นับจากการเปิดตัว LINE MOBILE สามารถดึงดูดลูกค้าผู้ใช้งานเครือข่ายได้เป็นจำนวนนับล้านราย เกิดเป็นความท้าทายใหม่ในการสนับสนุนลูกค้าใหม่ด้วยวิธีการเดียวกันคือ ดูแลลูกค้าอย่างไรให้ง่ายและสะดวกสบายที่สุดต่อพนักงาน อนุชิต ขำน้อย (Head of Customer Service) กล่าวว่า “ในหลายๆ บริษัทมีการพึ่งพา Call Center เป็นอย่างมาก ซึ่งต้องใช้เวลาและเงินจำนวนมากในการ Set up และเห็นผลช้า เราเลยตั้งคำถามว่า ทำอย่างไร? เราถึงสามารถให้บริการลูกค้าด้วยระดับที่เหมือนกันหรือเหนือกว่า ด้วยการลงทุนที่ถูกลงได้” เพื่อสนับสนุนฐานลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น คุณอนุชิตจึงพิจารณาแพลตฟอร์มต่างๆ ที่สามารถตอบคำถามก่อนหน้าได้ ด้วยความที่เขาเคยใช้ Zendesk จากบริษัทก่อนหน้านี้และพบว่า Zendesk ง่ายต่อการปรับแต่ง และสามารถเชื่อมต่อกับระบบภายในที่ใช้อยู่ได้ นอกจากนี้เขายังมั่นใจว่า Zendesk จะสามารถช่วยให้ LINE MOBILE สามารถปฏิบัติตามกลยุทธ์การซัพพอร์ตลูกค้าระบบดิจิตอลในประเทศไทยเป็นครั้งแรกได้ LINE MOBILE ใช้ Zendesk Support และ Zendesk Chat ในการซัพพอร์ตลูกค้าทางอีเมลและช่องทางการแชท และเพิ่งเริ่มนำ Zendesk Guide มาใช้ในปี 2018 นี้เอง...

Continue reading