เบื้องหลังความสำเร็จของ Carsales เว็ปไซต์ขายรถยนตร์ออนไลน์จากออสเตรเลีย

พวกเราอยู่ในยุคที่ช่องทางออนไลน์ ได้เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตของทุกคนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อเสื้อผ้า รองเท้า การสั่งอาหาร การชำระค่าบริการต่างๆ ที่มีให้เลือกตามความสะดวกของแต่ละคน แต่ “การซื้อรถ” นับว่าเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ สำหรับหลายๆคนใช่ไหมล่ะ? ลูกค้ามักจะเริ่มค้นหาข้อมูลรายละเอียดต่างๆของรถยนตร์ที่พวกเขาหมายตาเป็นอันดับแรกก่อน ดังนั้น Carsales จึงได้เริ่มพัฒนาระบบขายรถยนต์ในเครือ ผ่านทางเว็บไซต์ออนไลน์ขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถจองหรือดูรายละเอียดรถได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น  สำหรับ “Carsales.com.au” ใช้แนวคิดง่ายๆที่ว่า “เส้นทางการซื้อรถของลูกค้า ควรเป็นไปอย่างราบรื่น” สิ่งที่ลูกค้าควรได้ คืออำนวยความสะดวกให้มากที่สุด ไร้รอยต่อ ลดความซับซ้อน ประหยัดเวลาให้เราและลูกค้า ยิ่งได้รับประสบการณ์ที่ดี ลูกค้าพึงพอใจ ก็จะซื้อสินค้าหรือบริการเราได้มากขึ้น  Carsales มีแบรนด์รถชั้นนำมากกว่า 15 แบรนด์ให้บริการทั่วทั้งออสเตรเลีย นอกเหนือจากการขายรถยนตร์ผ่านเว็ปไซต์ในเครือ บริษัทก็ยังมีธุรกิจซื้อ-ขาย เรือ, จักรยาน, อุปกรณ์ตั้งแคมป์ ไปจนถึงเครื่องจักรในฟาร์มอีกด้วย และฐานลูกค้าของ Carsales มีทั้งผู้บริโภคทั่วไปจนไปถึงตัวแทนจำหน่ายรถและสินค้าต่างๆ ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจ และพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ทาง Carsales จึงประสบกับปัญหาสำคัญด้วยกัน 3 เรื่องใหญ่ๆ ได้แก่ ช่องทางการสื่อสารระหว่าง Carsales กับลูกค้าที่มีหลากหลายยิ่งกว่าแต่ก่อน (เช่น Email, Facebook, Twitter, Live Chat, โทรศัพท์ เป็นต้น) ซึ่งบริหารจัดการได้ยาก มีสิทธิที่จะพลาดโอกาสการซื้อขายได้ จึงต้องการรวบรวมคำถามทุกช่องทาง “ทั้งหมด” มาไว้ที่เดียว Carsales มีระบบที่ต้องเข้าไปทำงานหลายระบบ จึงอยากให้มีพื้นที่ที่ทำงานหลักของทีมออนไลน์อยู่บนระบบใดระบบหนึ่งไปเลย ไม่สามารถดูรายงาน (Report) ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการขาย และข้อมูลการทำงานของเจ้าหน้าที่แต่ละคน จึงทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การติดตามการทำงานหรือการแก้ไขปัญหาใดๆ ทำได้ยากลำบาก ยิ่งพูดถึงการบริหารจัดการในเชิงการปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพ ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยเพราะไม่มีตัวเลขชี้วัดใดๆ Carsales จึงเลือกใช้ Zendesk ผู้ให้บริการโซลูชัน Omnichannel ระดับโลก เป็นทางออกที่สามารถช่วยแก้ปัญหาข้างต้น ด้วยประสิทธิ์ภาพที่เพิ่มขึ้น และ ระยะเวลาในการให้บริการที่ลดลง ทำให้ Carsales กลายเป็นเว็ปไซต์ขายรถยนต์ออนไลน์อันดับ 1 ของออสเตรเลีย ในปัจจุบัน Zendesk ช่วยทำให้สามารถจัดการคำร้องที่มีถึง 37,000...

Continue reading

อัพเกรดทีม CS ของคุณได้ง่ายๆ ด้วยกลยุทธ์ Omnichannel ที่คุณอาจไม่เคยรู้!

ในปัจจุบันหลาย ๆ บริษัทต้องมีทีมที่เรียกว่า CS หรือ Customer Service & Support เพื่อดูแลลูกค้าของตัวเองกันทั้งนั้น จริงไหมครับ? เพราะว่าตอนนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยว่า การรักษาลูกค้าไว้ให้อยู่กับเราเป็นสิ่งที่สำคัญ (จึงได้มีตำแหน่งพวกคุณที่กำลังมาอ่านบทความของผมไงครับ ฮ่า ๆ) แต่สำหรับยุคใหม่ ยุคที่มีอะไรคล้าย ๆ กัน และมีธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน ลูกค้าหรือผู้บริโภค พร้อมที่จะเปลี่ยนไปใช้ของคู่แข่ง หรือ เลิกเพื่อไปใช้สินค้าประเภทอื่นได้อยู่เสมอ แล้วอะไรล่ะ? ที่จะช่วยให้เรารักษาลูกค้าและอยู่กับเราไปได้ตลอด ผลจากการวิจัยในหลาย ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นในไทยหรือต่างประเทศ ผลบอกว่า ปัจจัยหลักของการรักษาลูกค้าในปัจจุบัน คือ “Customer Experience (CX) หรือ ประสบการณ์ที่ลูกค้าพบเจอ นั่นเอง” บางคนอาจจะบอกว่า ไม่ใช่! แล้วคุณภาพสินค้าและราคาล่ะ? จริง ๆ ก็ยังใช่อยู่ครับ แต่เป็นเพียงแค่ส่วนนึงเท่านั้น ถ้าพูดถึง “การรักษาลูกค้า” นะครับ ย้ำนะครับ! ว่าเราพูดถึงการการรักษาลูกค้า  ซึ่งหลาย ๆ คนที่ทำตำแหน่งเกี่ยวกับ CS ก็คงพอจะรู้อยู่แล้วว่า การบริการหรือการซัพพอร์ตลูกค้ามีผลต่อ CX และการตัดสินใจซื้อของลูกค้าขนาดไหน เพราะฉะนั้น วันนี้เรา Demeter ICT จึงมีกลยุทธ์ที่มีชื่อว่า Omnichannel มาแนะนำให้กับคุณ ซึ่งหลาย ๆ คนก็อาจจะเคยได้ยิน หรือ ไม่เคยได้ยินก็แล้วแต่ แต่ในวันนี้ผมจะมาอธิบายอย่างละเอียดให้กับคุณว่า มันคืออะไร? แล้วจะช่วยอัพเกรดทีม CS ของคุณได้อย่างไร? Omnichannel คือ กลยุทธ์การบริการลูกค้ารูปแบบนึง ที่จะช่วยรวบรวมช่องทางการติดต่อของลูกค้า ที่มาจากหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Social Media, Email, Website, Mobile phone และอื่น ๆ อีกมากมาย ไว้ในที่เดียว โดยที่คุณไม่ต้องไปเปิดหลาย Tab หลาย Device...

Continue reading

Zendesk แจ้งปรับแพ็กเกจใหม่ ไฉไลกว่าเดิม!

Zendesk ปรับแพ็กเกจใหม่ นำเสนอโซลูชันการบริการแบบครบวงจร รวมทุกอย่างที่ต้องใช้ในการมอบประสบการณ์สนทนากับลูกค้า โดยจำแนกเป็น Zendesk สำหรับบริการและ Zendesk สำหรับการขาย ซึ่งแพ็กเกจดังกล่าวจะมีผลสามารถใช้ได้ทันทีนับตั้งแต่วันนี้ แล้วแพ็กเกจใหม่มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาดูกัน Zendesk สำหรับการบริการหรือ Zendesk Suite Zendesk Suite เป็นแพ็กเกจที่รวมทุกสิ่งที่ธุรกิจต้องการเพื่อการบริการลูกค้าไม่ว่าจะเป็น Messaging, Analytics, Community forums, Collaboration และอย่างอื่นอีกมากมาย รวมครบจบไว้ในแพ็กเกจเดียว Zendesk Suite เป็นแพ็กเกจที่ผ่านกระบวนการออกแบบด้วยแนวคิดถึงความเรียบง่าย และให้ความมั่นใจว่าธุรกิจจะสามารถส่งมอบประสบการณ์ด้วยเทคโนโลยีเพื่อตอบรับความคาดหวังของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด Zendesk Suite แบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 แผนตามระดับการใช้งาน ได้แก่ Suite Team Suite Growth Suite Professional Suite Enterprise คลิกเพื่อดูรายละเอียดเปรียบเทียบแผนต่าง ๆ ได้ที่นี่ Zendesk สำหรับการขายหรือ Zendesk Sell แพ็กเกจ Zendesk ที่รวบรวมฟังก์ชันระบบ Sales CRM เพิ่มประสิทธิภาพให้กระบวนการขาย ติดตาม Pipeline และดีลของลูกค้าได้ง่าย ไม่สะดุด ตอบโจทย์สำหรับฝ่ายขายโดยเฉพาะ Zendesk สำหรับการขายมีทั้งหมด 4 แผน ได้แก่ Sell Team Sell Professional Sell Enterprise Sell Elite สามารถดูรายละเอียดเพื่อเปรียบเทียบแผนต่าง ๆ ได้ที่นี่เลย FAQs รวมคำถามที่พบบ่อยพร้อมคำตอบ 1. แพ็กเกจใหม่นี้ส่งผลอย่างไรต่อลูกค้าปัจจุบันบ้าง? Ans ไม่ส่งผลอะไรต่อลูกค้าปัจจุบัน แพ็กเกจและราคาที่ลูกค้าปัจจุบันใช้อยู่จะยังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน ทว่าหากลูกค้าต้องการจะยกระดับการบริการให้มากขึ้นก็สามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจ Zendesk Suite อันใหม่นี้และโทร 02 030 0066 เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับฝ่ายขายของเราได้ 2. หากต่อสัญญาจะยังคงอยู่ในแผนเดิมได้อยู่หรือไม่? Ans ได้ 3....

Continue reading

เจาะลึก Customer Experience ให้อะไรกับธุรกิจคุณได้บ้าง?

คุณเคยเดินเข้าร้านสะดวกซื้อแล้วเจอ ‘ชื่อ’ ของตัวเองอยู่บนขวด Coca-Cola ไหม? วันอาทิตย์ที่ผ่านมาคุณอาจกดเข้า Netflix สังเกตไหมคะว่าทำไมหน้าจอของคุณกับเพื่อนถึงได้แสดงผลไม่เหมือนกันเลย? วันดีคืนดีเดินเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ Ikea แต่ไป ๆ มา ๆ กลับมาเจอตู้กดไอศกรีมเสียอย่างนั้น? แน่นอนว่ามันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญทั้งหมดเป็นแน่ เพราะหนึ่งสิ่งที่สามแบรนด์ชั้นนำมองเห็นตรงกัน ก็คือ Customer Experience หรือประสบการณ์ของลูกค้า เมื่อพูดถึง Customer Experience ในไทยเองถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรนัก ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่อง ‘ประสบการณ์ของลูกค้า’ ยังคงเป็นเรื่องที่หลายธุรกิจให้ความสำคัญน้อยหรือเป็นรองลงมา ทั้งที่ในความเป็นจริงประสบการณ์ลูกค้านี่แหละ ที่ทำให้แม้แต่สินค้าที่มีฟีเจอร์คล้ายคลึงกัน ก็สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ ดังนั้นในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกให้รู้แจ้ง รู้ชัดกันว่า Customer Experience ให้อะไรกับธุรกิจของคุณได้บ้าง เริ่มจากแคมเปญการตลาดอันเป็นไวรัลโด่งดังเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาห้ามพลาดอย่าง “Share a Coke” ของ Coca-Cola  ย้อนกลับไปปี 2011 โค้กได้ทำการสำรวจชื่อที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในแต่ละพื้นที่ และตัดสินใจนำชื่อเหล่านั้นมาสกรีนลงในกระป๋อง แรกเริ่มเดิมทีมีทั้งหมด 150 ชื่อในออสเตรเลียเท่านั้นที่ถูกเลือก ก่อนจะเริ่มขยับขยายสเกลไปทั่วโลกในเวลาต่อมา ผลที่ได้คือรูปภาพพร้อมแฮชแทค Share a Coke ถูกแชร์ไปในโซเชียลมีเดียกว่า 500,000 ครั้ง เพียงในปีเดียวที่ทำแคมเปญนี้โค้กได้ผู้ติดตามใน Facebook เพิ่มขึ้นถึง 25 ล้านคน แม้จะเป็นแคมเปญที่มีมานานทว่าก็ยังคงใช้ได้ผลดีเยี่ยม ไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ Coca-Cola ก็ได้นำแคมเปญนี้มาปรับใช้ในธีม “Holiday Heroes” เพื่ออุทิศให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างหนักในภาวะโรคระบาดโควิด-19 สำหรับในไทยเองก็มีการเพิ่มชื่อยอดฮิตขึ้นมาอีกกว่า 400 แบบ ใครบ้างจะไม่ชอบความรู้สึกที่ว่า ‘นี่มันชื่อของฉันบนกระป๋องโค้ก’ หรือ ‘กระป๋องนี้มันถูกสร้างมาเพื่อฉัน’ บ้างล่ะ จริงไหม? แนวคิดแบบ Personalized หรือการตลาดแบบรู้ใจได้ถูกนำมาปรับใช้ใน Netflix Netflix ใช้เทคโนโลยี Deep Learning เพื่อแนะนำซีรีส์ที่ระบบเอไอวิเคราะห์แล้วว่าลูกค้ามีโอกาสชื่นชอบสูง ดังที่เราสังเกตได้ว่ากดเข้า Netflix ไปที่ไร ก็มักจะเจอหนังหรือซีรีส์แนวที่คุ้นตาเต็มไปหมด การจะทำเช่นนั้นได้ไม่เพียงแต่ต้องผ่านการออกแบบประสบการณ์ลูกค้าที่ดีพอ ทว่ายังต้องมีระบบฐานข้อมูลที่ใหญ่พอด้วยเช่นกัน เพราะให้ความสำคัญกับข้อมูลของลูกค้า และการออกแบบประสบการณ์รับชมแบบ Online Streaming นี้เอง...

Continue reading

ตัวท็อปของการเพิ่ม CX เหนือขั้นกว่า Livechat !? ให้ประสบการณ์ใหม่แก่ลูกค้า ด้วย Zendesk Sunshine

ถ้าคุณคิดว่าหลังโควิดสิ้นสุด โลกจะกลับไปสู่โหมดปกติ…. คุณคิดผิดละค่ะ เพราะโลกเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว  ทุกองค์กร ต้องปรับตัวให้ทันกับยุคดิจิตัล ต้องหาเครื่องมือที่ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างสะดวกสบาย รวดเร็ว เต็มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี ภักดีกับแบรนด์ รวมถึงมีแนวโน้มว่าจะซื้อสินค้าและบริการเพิ่ม  ปัจจุบันมีหลายหลายองค์กรที่ปรับใช้เทคโนโลยีกันมากขึ้น แต่ก็ยังพบปัญหาบางประการ เช่น ขาดการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า  ลูกค้าคุยกับเจ้าหน้าที่ผ่านข้อความทั่วไป ได้รับแค่คำตอบ เสร็จแล้วก็จบ แยกย้าย ไม่มีการกระตุ้นการขายแบบเต็มที่ ยอดขายไม่ปัง ลูกค้าไม่ติด Livechat เมื่อออกจากหน้าเว็ปไซต์ไป ข้อมูลแชทจะหายหมด เจ้าหน้าที่มีข้อมูลลูกค้าไม่ครบถ้วน ไม่ละเอียดพอที่จะทำความเข้าใจลูกค้าเป็นรายบุคคล ถ้าเรารู้ว่า ลูกค้า A กดจองโรงแรมไว้แต่ไม่กดจ่ายเงินซักที เราจะได้ทักไปเตือนลูกค้าได้ หรือ ถ้าเรารู้ว่า ลูกค้า B ชอบมากดดูหน้าสินค้าชุดว่ายน้ำ และเคยซื้อมาก่อน เราสามารถแจ้งโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นลูกค้าได้ ทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกว่า อุ๊ย ทำไมรู้ใจจัง ไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทันทุกช่องทาง เพราะบางทีลูกค้าก็ใช้ Facebook,Twitter, Line โซเชียลต่างๆ หรือเว็บไซต์อื่นๆ  การที่ลูกค้าจะทำการซื้อสินค้าหรือบริการ มีขั้นตอนที่เยอะและซับซ้อน แล้วถ้าลูกค้าทักมาทางแชทว่าอยากซื้อ iPhone 12 เจ้าหน้าที่สามารถดึงข้อมูลมาให้ลูกค้า พร้อมปิดการขายผ่านแชทได้เลย มันคงดีมากใช่ไหมล่ะ? เจ้าหน้าที่มีไม่พอให้บริการลูกค้า แบบนี้ให้ Chatbot ตอบคำถามแทน อะไรๆก็คงจะไวขึ้น Zendesk Sunshine คืออะไร? Zendesk Sunshine เป็นแพลตฟอร์ม CRM แบบเปิดและยืดหยุ่นปรับแต่งได้ สร้างขึ้นบน Amazon Web Services (AWS) ช่วยให้คุณเชื่อมต่อและเข้าใจข้อมูลลูกค้าทั้งหมดของคุณได้อย่างราบรื่นไม่ว่าจะอยู่ที่ใด รวดเร็วทรงพลัง และให้อิสระในการสร้างสิ่งที่คุณต้องการ อย่าพึ่ง งง นั้นจะอธิบายเป็นภาษาง่ายๆ คือ “Sunshine เป็นตัวกลางเชื่อมทุกอย่าง” แบบ out of the box! ตั้งแต่ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลทั้งภายในและภายนอก, แอปพลิชันที่กำหนดเอง, แคตตาล็อกสินค้า , การชำระเงิน, Chatbot และ Zendesk...

Continue reading

7วิธี สร้างกลยุทธ์ประสบการณ์ลูกค้า ที่คุณไม่ควรพลาด!

มีผลสำรวจจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจจำนวน 1,920 คน ถูกถามว่าสิ่งที่คุณคิดว่าสำคัญที่สุดต่อธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้าคือเรื่องอะไร? https://www.superoffice.com/blog/customer-experience-strategy/ หากคุณตอบว่า “Customer Experience” คุณตอบถูก! พบว่า 45.9% เกือบครึ่งของผู้เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจทั้งหมดตอบว่า Customer Experience จะสำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า และคุณไม่ต้องแปลกใจเลยที่ค่าของ Customer Experience สูง เพราะยังมีผลวิจัยจาก American Express อีกว่า 86% ของลูกค้าทั้งหมดยินดีจ่ายเงินที่มากขึ้น เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งกว่าเดิม คุณพร้อมที่จะปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าของคุณรึยัง? มาเริ่มกันเลย! Customer Experience คืออะไร? Customer Experience (หรือที่บางคนเรียกว่า CX) ถูกกำหนดขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ของลูกค้าที่มีต่อธุรกิจของคุณ ตลอดทางตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ติดต่อเข้ามา จนไปถึงจุดสุดท้ายก็คือมีความภักดีและซื่อสัตย์ต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) CX ยังเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดแบบ Customer Relationship Management หรือ CRM และสิ่งที่ทำให้ CX สำคัญต่อธุรกิจอย่างยิ่ง คือ การที่ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี ทำให้มีแนวโน้มที่ลูกค้าจะมาใช้สินค้าหรือบริการของคุณซ้ำ จนเป็นลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ ของคุณไปเลย https://www.superoffice.com/blog/customer-experience-strategy/ โดยที่จากการศึกษาเกี่ยวกับ CX ทั่วโลก จาก Oracle ได้มีผลสำรวจว่า 74% ของผู้บริหารเชื่อว่าเมื่อลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี ก็จะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ และความภักดีต่อแบรนด์ ดังนั้น หากคุณต้องการที่จะสร้างความซื่อสัตย์ และความภักดีต่อแบรนด์ คุณก็ควรที่จะลงทุนในเรื่องของ CX เพราะฉะนั้นวันนี้ Demeter ICT จะมีวิธีสร้างกลยุทธ์ Customer Experience มาแนะนำให้ทุกท่าน 7 กลยุทธ์ สร้างประสบการณ์ของลูกค้า 1.สร้างวิสัยทัศน์ CX ที่ชัดเจน ขั้นตอนแรกของการสร้าง CX คือ การมีวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นที่ลูกค้าอย่างชัดเจน โดยที่คุณสามารถบอกและสื่อสารให้กับองค์กรของคุณรับรู้ได้ และเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยวิธีที่ง่ายที่สุดนั้น คุณควรกำหนดวิสัยทัศน์เป็นลายลักษณ์อักษร และแบ่งปันให้กับทุกคนในองค์กรเพื่อเป็นแนวทาง 2.ทำความเข้าใจว่าลูกค้าของคุณคือใคร ขั้นตอนต่อมาคุณควรสร้าง...

Continue reading

1-Stop Connections จับมือ Zendesk ยกระดับการบริการให้ลูกค้าโลจิสติกส์ทางเรือระดับโลก

ทราบหรือไม่? กว่า 90% ของสินค้าทุกอย่างที่มีการซื้อขายไปทั่วโลกล้วนต้องผ่านการขนส่ง ไม่ว่าจะทางบก ทางอากาศ หรือแม้แต่ทางทะเล เป็นสถิติที่ตอกย้ำถึงขนาด ความสำคัญ และความซับซ้อนของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ทั่วโลก แม้แต่ขณะที่คุณกำลังอ่านข้อความนี้เอง ก็มีตู้คอนเทนเนอร์กว่า 20 ล้านตู้บนท้องทะเล คอยขนส่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบอย่างน้ำมัน เหล็ก ไม้ ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างทีวี ของเล่น ของสิ่งทอ เรือขนส่งที่ใหญ่ที่สุดสามารถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 20 ฟุตได้ถึง 18,000 ตู้ ซึ่งเพียงพอต่อการจัดเก็บรถยนตร์ 36,000 คัน หรือกระป๋องถั่วอบ 850 ล้านกระป๋อง เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่เหล่านี้บรรทุกและขนถ่ายไปยังท่าเรือหลายสิบแห่งทั่วโลก ท่าเรือที่พลุกพล่านที่สุดจึงเปรียบได้ดั่งเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่ง ลังขนส่งกว่า 10 ล้านลังที่ถูกถ่ายไปมาในทุก ๆ ปี เหมือนระบบสลับซับซ้อนที่ต้องการเครื่องมือที่ชาญฉลาดมาช่วยบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เป็นเหตุผลที่บริษัทอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าโลจิสติกส์หันมาหาบริษัทอย่าง 1-Stop Connections บริษัทให้บริการซอฟต์แวร์ในรูปแบบซัพพลายเชน (SAAS) ที่ช่วยให้ท่าเรือขับเคลื่อนเหมือนดั่งเครื่องจักร “เราช่วยจัดการสิ่งที่เราเรียกว่าระบบชุมชนท่าเรือ” Alex Wood, head of customer service, 1-Stop Connnections กล่าว “มันเป็นสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนอย่างน่าเหลือเชื่อ สำคัญที่ทุกคนต้องทำงานร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน ตั้งแต่บริษัทขนส่ง บริษัทปลายทาง เอเจนซี่ขนส่งสินค้า ฝ่ายกำกับดูแล ไปจนถึงแม้กระทั่งนักบัญชี” การจะดูแลระบบงานที่สลับซับซ้อนได้ ก็ย่อมหมายความว่าโครงสร้างภายในของตัวองค์กรนั้นต้องมีความเป็นระเบียบมากพอเสียก่อน แล้วอะไรที่ทำให้ 1-Stop Connections มีระบบการทำงานที่แข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้ มาหาคำตอบกัน สร้างความเรียบง่าย ให้ลูกค้าที่ซับซ้อน เพื่อจัดระเบียบสภาพการทำงานที่วุ่นวายนี้ บริษัทได้นำเสนอโซลูชันซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการดำเนินงาน การติดตาม การรายงานและด้านความปลอดภัย ซึ่งช่วยให้ลูกค้าของ 1-Stop Connections ทำทุกอย่างตั้งแต่บริหารจัดการตารางเวลาการรับสินค้า ไปจนถึงการออกการ์ดรักษาความปลอดภัยให้กับพนักงานเทียบท่า “ลูกค้าทุกคนล้วนมีเอกลักษณ์และใช้โซลูชันของเราแตกต่างกันไป” Wood กล่าว “ลูกค้าสามารถผสมสานหรือจับคู่โซลูชันของเราหลายรายการตามแต่องค์กรของตน และตั้งค่าบทบาทของผู้ใช้งาน ระดับการเข้าถึง และช่วงการดูแลระบบที่แตกต่างกันได้ไม่หลักร้อยก็หลักพันคน” หากจะกล่าวให้ซับซ้อนกว่านั้น ไม่เพียงแต่ธุรกิจหลักจะดำเนินงานแบบ Business-to-Business แล้ว 1-Stop Connections ยังรองรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้โซลูชันของบริษัทในการสร้างระบบความปลอดภัยให้ตัวเองอีกด้วย เครื่องมือรวมหนึ่งเดียวที่จะคอยบงการทั้งหมด ด้วยลักษณะเฉพาะของธุรกิจที่เข้ากันได้ทั้งกลุ่มลูกค้าแบบ B2B...

Continue reading

7 ตัวอย่างการบริการลูกค้าที่ไม่ดี + วิธีแก้ไข

ธุรกิจส่วนใหญ่ ยอมรับว่าการบริการลูกค้ามีบทบาทสำคัญในการเติบโตและการพัฒนาของบริษัท “การบริการลูกค้าที่ไม่ดี” สามารถส่งผลกระทบมากกว่าที่คุณคิด 81% ของลูกค้าจะเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่น เนื่องจากการบริการลูกค้าที่ไม่ดี56% ของลูกค้า จะบอกต่อประสบการณ์ที่ไม่ดีให้คนอื่นได้รู้ (ที่มา : WalkerInfo)บริษัทที่ให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้า จะมีอัตราการเติบโตมากกว่าถึง 5 เท่า ธุรกิจส่วนใหญ่ ยอมรับว่าการบริการลูกค้ามีบทบาทสำคัญในการเติบโตและการพัฒนาของบริษัท แล้วทราบหรือไม่ว่า “การบริการลูกค้าที่ไม่ดี” สามารถส่งผลกระทบมากกว่าที่คุณคิด 81% ของลูกค้าจะเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่น เนื่องจากการบริการลูกค้าที่ไม่ดี56% ของลูกค้าจะบอกต่อประสบการณ์ที่ไม่ดีให้คนอื่นได้รู้ (ที่มา : WalkerInfo)และบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้า จะมีอัตราการเติบโตมากกว่าถึง 5 เท่า วันนี้ Demeter ICT ได้รวบรวมตัวอย่างที่พบบ่อยที่สุดของ”การบริการลูกค้าที่ไม่ดี” ที่ธุรกิจต่างๆควรทราบ และแนะนำขั้นตอนในการแก้ไข รวมถึงเรียนรู้วิธีที่ FINN MOBILE ใช้ Zendesk Support, Guide และ Chat เพื่อให้การสนับสนุนผู้ใช้แอพส่งข้อความ LINE กว่า 30 ล้านคน 7 ตัวอย่างของการบริการลูกค้าที่ไม่ดี 1. ปล่อยให้ลูกค้ารอนาน (ไม่สามารถให้การสนับสนุนแบบเรียลไทม์) “การตอบกลับทันที” เป็นสิ่งสำคัญมากเมื่อลูกค้ามีคำถาม ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการ Support แบบเรียลไทม์แบบ 24/7 จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า สร้างลูกค้าที่ภักดีและช่วยเพิ่มรายได้ ต้องแก้ไขอย่างไร? แชทสด (Live Chat) และ แชทบอท (AI chatbots) : เป็นช่องทางการสื่อสารที่ดีที่สุดในการให้การสนับสนุนแบบเรียลไทม์ ยังช่วยในการเริ่มต้นการสนทนาเชิงรุกกับผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์และลูกค้า เพื่อให้คำแนะนำที่ถูกต้อง ทีม Customer service ของ FINN MOBILE ใช้ Zendesk Chat (Live Chat) ของ Zendesk เนื่องจากช่วยให้เจ้าหน้าที่ตอบคำถามของลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ (Agent) สามารถช่วยเหลือลูกค้าได้หลายรายพร้อมกัน และไม่จำกัดเวลาในการสนทนา  1. ปล่อยให้ลูกค้ารอนาน (ไม่สามารถให้การสนับสนุนแบบเรียลไทม์)“การตอบกลับทันที” เป็นสิ่งสำคัญมากเมื่อลูกค้ามีคำถาม ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการ Support แบบเรียลไทม์แบบ...

Continue reading

Zendesk Sell ระบบบริหารงานขายที่ใช้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย

หากว่าคุณเป็นหนึ่งในคนทำธุรกิจที่มี Pain Points เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น ติดตามการทำงานของฝ่ายขายยาก ไม่รู้ว่ารับเรื่องลูกค้าถึงไหนแล้ว ประมาณการณ์ยอดขายให้แม่นยำไม่ได้ เพราะข้อมูลกระจัดกระจายกันไปหมด ข้อมูลลูกค้าสะเปะสะปะ ไม่เป็นที่เป็นทาง จะดู Sales Pipeline ก็ยาก คุณหันไปปรึกษาคุยงานกับฝ่ายขาย แต่แล้วก็พบว่าทางฝ่ายขายเองก็ประสบปัญหา มี Pain Points ยาวเหยียดไม่ต่างกัน ลูกค้าเข้ามาหลายช่องทาง กว่าจะบันทึกข้อมูลลงเครื่องก็แสนจะยุ่งยาก ไม่มีเครื่องมือช่วยที่แน่นอน บริหารจัดการไม่ได้ ประสานงานกันไม่ดี ไม่รู้ Sales Stage หรือ Customer Journey ว่าลูกค้าติดต่อผ่านใครมาก่อนบ้างแล้ว วัดผลการทำงานยาก ประเมินยอดขายก็ยาก เพราะไม่มีเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ทำรายงาน ในทุก Pain Points แทบจะมีคำว่า ‘ยาก’ อยู่เต็มไปหมด ดูเผิน ๆ อาจจะถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ทราบหรือไม่อะไรที่เหมือนเล็กน้อยแบบนี้เองที่ทำให้การทำงานขาดความเป็นระบบ ไม่เป็นมืออาชีพ และยังตัดโอกาสล่มดีลจนสูญเสียยอดขายที่ควรจะได้อีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จัก Zendesk Sell ซอฟต์แวร์ Sales CRM ช่วยบริหารจัดการงานขายแบบครบวงจร มีชื่อเสียงเลื่องลือเรื่องดีไซน์เรียบง่ายแต่ฟังก์ชันครบครัน ให้การบริหารงานขายของคุณง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยกัน 01 ไม่พลาดทุกการติดต่อ ระบบอีเมลอัจฉริยะ แจ้งเตือนแบบพุชเรียลไทม์ให้คุณติดต่อลูกค้ากลับได้ถูกเวลา เก็บทุกข้อมูลเหตุการณ์ลงใน Zendesk Sell ทันทีไม่ว่าลูกค้าจะส่งข้อความจากอีเมลหรือช่องทางอื่นที่เชื่อมกับ Zendesk Sell มาพร้อมระบบที่จะช่วยจัดเก็บเอกสารหรือการติดต่อทุกอย่าง ให้คุณนำข้อมูลมาหาแนวทางในการเพิ่มยอดขายให้บริษัทได้ รวมถึงสร้าง Template อีเมลแบบไร้ข้อจำกัด ลดเวลาการทำงานซับซ้อนที่ไม่จำเป็น 02 ต่อสายตรงหาลูกค้าในไม่กี่คลิก ระบบโทรสายที่จะทำให้ชีวิตของฝ่ายขายง่ายขึ้น ต่อสายหาลูกค้าง่าย ๆ ในไม่กี่คลิก เก็บรวบรวมทุกประวัติการโทรและบันทึกทุกอย่างที่คุณได้พูดคุยกับลูกค้าไว้อย่างละเอียดไม่มีตกหล่น จะนำข้อมูลมาอ้างอิงในภายหลังหรือนำมาจุดบกพร่องเพื่อพัฒนาตนเองก็สามารถทำได้ พร้อม Call Analytics ที่ช่วยออกรายงานเป็นผลการชี้วัดให้อย่างทันท่วงที 03 อยู่ที่ไหนก็เชื่อมถึงกันได้ ตอบโจทย์วิถีชีวิต New Normal เพราะระบบของ Zendesk Sell สามารถซิงค์ได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแอปพลิเคชัน Zendesk ไว้ใช้ในองค์กร เชื่อมต่อกับเครื่องมืออื่น...

Continue reading