4 เเอปสร้างรายได้ขายของออนไลน์ในจีน

การสร้างเเบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นต้องเข้าใจเเละรู้จักกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายของเเบรนด์ก่อนว่าเป็นใคร อยู่ในอายุช่วงไหน เพศไหนบ้าง หลังจากที่ได้กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนเเล้วเจ้าของเเบรนด์ควรมีสตรอรี่ที่น่าสนใจบอกประวัติความเป็นมาของเเบรนด์  เเละสำรวจ Big Data เพื่อรวบรวมข้อมูลของลูกค้าของเราตั้งเเต่เริ่มสร้างเเบรนด์ เเละสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการเลือกเครื่องมือที่ทันสมัยเเละทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าหรือเเบรนด์ได้ง่ายมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ยุคปัจจุบันที่คนเริ่มเกียจคร้านในการออกจากบ้านไปซื้อของ ดังนั้นการมีเครื่องมือออนไลน์เข้ามาช่วยทำให้ทั้งผู้ซื้อเเละผู้ขายสะดวกสบายมากขึ้นเเละก้าวทันโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนเเปลงไปอย่างรวดเร็ว

การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในประเทศจีนผ่านเเอป

ทุกวันนี้การนำของเข้าไปขายในประเทศจีนเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาก เจ้าของเเบรนด์ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านที่จีนหรือมีใบจดทะเบียนบริษัทที่ประเทศจีนอีกต่อไป เพราะทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซที่ช่วยให้คนไทยสามารถเข้าถึงลูกค้าชาวจีนได้ง่ายขึ้นผ่าน แพลตฟอร์มออนไลน์ที่คนจีนนิยมใช้ ซึ่งก็มีหลายแพลตฟอร์มด้วยกัน เช่น TMall Taobao JD.com เเละ WeChat Mini Program ซึ่งเเต่ละแพลตฟอร์มก็มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับ เเละระบบที่เเตกต่างกันไป ดังนั้นวันนี้เเอดมินขออนุญาติมาเล่าให้ฟังว่าเเต่ละเเอปทำอะไรได้บ้างเเละต้องมีเตรียมเอกสารอะไรในการสมัครบ้าง ใช้เวลาในการสมัครนานเเค่ไหนไปดูกันเลย 

การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในจีนผ่านเเอปต่างๆ  >> TMALL, Taobao, JD.com, WeChat Mini Program  

 

T- mall

Taobao

JD.com

WeChat Mini Program  

ประเภทการขาย

ขายปลีก

ขายปลีก

ขายปลีก

ขายปลีก

ประเภทสินค้า

เฉพาะสินค้าเเบรนด์เนม เเละถูกลิขสิทธิ์เท่านั้น

สินค้าทุกประเภท

สินค้าทุกประเภท

สินค้าเเบรนด์เนม จนถึง สินค้าระดับกลาง

ราคาการสมัคร

ราคาสูง

ราคาถูก

ราคาสูงกว่าทุกอัน

ราคาปานกลาง

ภาษาในการสื่อสาร

สื่อสารภาษาจีนเเละ อังกฤษได้

สื่อสารภาษาจีน

สื่อสารภาษาจีน

สื่อสารภาษาจีนเเละ อังกฤษได้

การชำระเงิน

Alipay

Alipay

WeChat Pay

WeChat Pay

การจัดส่ง

ที่อยู่จัดส่งในจีนเท่านั้น

ที่อยู่จัดส่งในจีนเท่านั้น

จัดส่งปลายทาง

ที่อยู่จัดส่งในจีน เเละในไทย

คุณภาพสินค้า

สินค้ามีคุณภาพดี

ไม่รับรองคุณภาพสินค้า ความน่าเชื่อถือน้อย

สินค้ามีคุณภาพดี

สินค้ามีคุณภาพดี

อื่นๆ

บริษัทต้องมีการจดทะเบียนในจีน เเอปนี้ในไทยสามารถจดได้

เว็บไซด์เปิดฟรีสำหรับคนจีนเท่านั้น

บริษัทต้องมีการจดทะเบียนในจีนเท่านั้น

บริษัทต้องมีการจดทะเบียนในจีน เเอปนี้ในไทยสามารถจดได้

ความเเตกต่างของ TMall เเละ Taobao 

 TMALL กับ Taobao อยู่ในเครือของ Alibaba เเต่มีรูปแบบการใช้งานและกลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่างกันไป ซึ่งTaobao ก่อตั้งขึ้นในปี 2003 ปัจจุบันเป็นเว็บซื้อขายออนไลน์แบบ C2C ใหญ่ที่สุดของจีน ต่อมาในปี 2012 Tmall แยกตัวออกมาจาก Taobao จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น Tmall เป็นเว็บซื้อขายออนไลน์แบบ B2C ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

 TMALL 

Tmall เป็นเป็นธุรกิจในเครืออาลีบาบา และเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 สำหรับสินค้าที่มีแบรนด์ในประเทศจีน ซึ่งจะเน้นการซื้อขายสินค้าในเว็บ  เว็บTmall เป็นเว็บมี่ขายสินค้าเเบบ B2C คือเป็นการขายระหว่างเจ้าของแบรนด์และผู้บริโภค ทำให้ร้านค้าใน Tmall ส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้าแบรนด์ชั้นนำในกลุ่ม Hi-end เช่น Chanel, Dior ดังนั้น Tmall กำหนดว่าจะต้องเป็นสินค้าที่มีแบรนด์ มียี่ห้อ หรือมีชื่อเสียงอยู่เล้ว เเละต้องเป็นสินค้าของแท้เท่านั้น ทำให้ร้านค้าส่วนใหญ่ใน Tmall เป็นกลุ่มแบรนด์ชั้นนำและแบรนด์หรูต่างๆซึ่งเจ้าของเเบรนด์ต้องสามารถรับประกันเรื่องคุณภาพของสินค้าตามมาตรฐาน  อย่างไรก็ตาม Tmall มีทั้งหมด 3 ประเภท คือ 1. ร้านค้าแบรนด์ชั้นนำ 2. ร้านค้าตัวแทน 3. ตัวแทนจำหน่ายหรือร้านค้าแฟรนไชส์ การตั้งร้านค้าใน Tmall จึงต้องมีการจดทะเบียนในรูปแบบบริษัทจึงจะสามารถตั้งร้านขึ้นมาได้ ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับเจ้าของเเบรนด์หรือ บริษัทรายใหญ่ที่มีเงินทุนค่อนข้างสูง อย่างน้อยๆต้องมีประมาณ 2-3ล้านบาทเลยที่เดียว

TMALL แบ่งออกเป็น 2 เเบบ คือ TMALL GLOBAL และ TMALL China 

  1. TMALL China  คือ ต้องมีบริษัทในเมืองจีนเท่านั้นถึงจะสมัครขายสินค้าได้ 
  2. TMALL GLOBAL  คือจะเป็นการนำสินค้าแบรนด์จากต่างประเทศเข้ามา ซึ่งสามารถเป็นบริษัทจากต่างประเทศเข้ามาสมัครขายสินค้าได้  ซึ่งจะมีค่าสมัครที่ค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน 

 TMALL GLOBAL ทำให้ผู้บริโภคที่อยู่ในกลุ่ม Premium สามารถเข้าถึงสินค้าจากต่างประเทศได้ และมีความหลากหลายมากขึ้นซึงหลักๆจะเเบ่งสินค้าเป็น 3 กลุ่มใหญ่

1.) กลุ่ม Hi-end เหล่า Brand Name ระดับโลก เช่น Chanel, Dior, GUCCI, Loise และ COACH 

2.) กลุ่มสินค้าเด่นดังในแต่ละประเทศ เช่น สินค้าจากประเทศ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย

3.) กลุ่มที่ TMALLสามารถสรรหาสินค้าเองได้ เรียกว่า TMALL Direct Import (TDI) คือ นำสินค้าที่น่าสนใจเข้ามาจัดจำหน่ายเอง ก็จะมีการสต็อคสินค้าเอาไว้ เช่น หมอนยางพารา เครื่องสำอาง

ค่าใช้จ่ายในการสมัคร TMALL GLOBAL 

  • TMall Deposit 700,000 บาท
  • TMall Setup Fee 200,000 บาท เป็นค่าดำเนินการของ TMall Partner ในการเตรียมเปิดร้าน
  • TMall Technical Fee 150,000 บาท ต่อปี จ่ายให้ TMall
  • TMall Software Fee 50,000 บาท ต่อปี จ่ายให้ TMall
  • ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่จ้าง TP ทำการ service ให้ Brand (ไม่เกิน 5 brands) 190,000บาท ต่อเดือน
  • ค่า Commission จากการขาย ทาง TP คิดที่ 9% ของยอดขายรายเดือน
  • ค่า Commission ที่จ่ายให้ TMall ทาง TMall คิดที่ 4% ของยอดขายรายเดือน
  • ค่าโอนเงินของ AliPay จ่ายให้ AliPay คิดที่ 1% ของยอดโอนรายการ

 

Taobao

Taobao เป็นเว็บซื้อขายสินค้าออนไลน์แบบปลีก ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2003 ปัจจุบันร้านค้าส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้าปลีกส่วนบุคคล หรือ เป็นร้านค้าเล็กๆก็สามารถสมัครได้ เหมาะสำหรับสินค้าที่ยังไม่มีแบรนด์ ร้านค้าที่ยังไม่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักมากนัก ยิ่งไปกว่านั้นก็สามารถขายของมือ2 ได้ด้วย ดังนั้นจึงไม่สามารถรับประกันสินค้าได้เท่าไร Taobao จะเน้นเป็นการขายแบบ C2C  คือ ผู้บริโภคซื้อขายกับผู้บริโภค จึงค่อนข้างยากจะควบคุมคุณภาพสินค้า พราะเป็นแหล่งที่ใครๆก็สามารถสมัครเข้ามาขายของได้ เเต่คนที่สมัครใช้ได้ต้องเป็นคนจีนเท่านั้น

 

 

 JD.com

JD.com เป็น บริษัท e-commerce ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีชั้นนำที่เน้นการขายปลีกเพื่อที่จะช่วยผลักดันการผลิตและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทต่างประเทศสามารถเข้ามาขายของใน JD.comได้ ซึ่งค่าสมัครจะต้องมีค่าวางมัดจำอยู่15,000$ เเละค่าธรรมเนียม 1,000$ เเต่เมื่อขายสินค้าได้ต้องเเบ่งกำไรให้ทาง JD.com  2-8 % ซึ่งค่อนข้างตัดกำไรเจ้าของเเบรนด์ไปเยอะพอสมควรซึ่งเอกสารในการสมัคร JD.com ต้องมี ใบจดทะเบียนการค้า เเละทางเจ้าของเเบรนด์ในไทยต้องมีตัวเเทนขายที่ประเทศจีนที่ต้องเป็นคนจีนเท่านั้นอีกด้วย 

 

WeChat Mini Program  

เป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึงคนจีนได้ถึง 1,400 ล้านคน ซึ่งทุกๆวันคนจีนใช้ WeChat ในชีวิตประจำวัน ทั้งการเเชทคุยกับเพื่อน นัดประชุม หรือเเม้เเต่จ่ายเงินซื้อสินค้า เเละบริการต่างๆทั้งในห้างใหญ่ๆเเละร้านอาหารข้างทางก็สามารถรองรับการจ่ายเงินผ่านระบบ WeChat ได้ยิ่งไปกว่านั้นคนจีนกว่า 800 ล้านคนที่ใช้ WeChat Pay ชำระสินค้าและบริการต่างๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์  นอกจากนี้ภายในระบบของ WeChat ยังมีโปรเเกรมเล็กๆที่ซื่อว่าWeChat Mini Program หรือบ้างตนเรียกว่า WeChat Shop เป็นแพลตฟอร์มสำหรับลงขายสินค้าต่างๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เสื้อผ้า ของใช้ต่างๆ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่คนไทยสามารถสมัครได้ง่ายมากๆ ซึ่งคนจีนนิยมใช้WeChat ในชีวิตประจำวันเเละสั่งของผ่านWeChat ได้เลยในเเอปเดียว ทำให้คนจีนใช้กันเยอะเพราะสะดวกสบายเเละสั่งของได้ง่ายมาก

ค่าใช้จ่ายในการสมัคร WeChat Mini Program  

  • ค่าเซ็ตอัพและติดตั้งระบบ WeChat Mini Program 190,000 บาท ชำระครั้งเดียว
  • ราคานี้รวม ค่าธรรมเนียม ค่าสมัคร WeChat Mini Program กับ Tencent และค่าแรกเข้าพร้อมการเซ็ตอัพการใช้งาน WeChat Mini Program ในรูปแบบร้านค้า WeChat Shop ซึ่งผ่านการรับรองโดย Tencent ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน และกฎหมายของประเทศจีน เพื่อให้สามารถขายสินค้าออนไลน์กับประชากร 1,400 ล้านคนในประเทศจีน
  • ค่าใช้จ่ายรายเดือน WeChat Mini Program 20,000 บาท 

เตรียมเอกสารสำหรับการสมัคร หลักๆเเค่ 3 อย่างเท่านั้น 

  1. ใบจดทะเบียนบริษัท
  2. บัตรประชาชน หรือ พาสปอร์ต
  3. บิลค่าโทรศัพท์ย้อนหลัง3 เดือน (ต้องเป็นเบอร์ที่สมัครใช่WeChat เพราะทางเเอปจะส่งcode มาให้ตามเบอร์ที่ให้ไป)

นอกจากนี้ก็เพียงเเค่รอการดำเนินเรื่องประมาณ2อาทิตย์ก็เป็นอันเสร็จสมบรูณ์ ง่ายๆเท่านี้เจ้าของเเบรนด์ไทย ก็สามารถเข้าถึงลูกค้าชาวจีนได้เเล้ว ทำให้เราได้กลุ่มลูกค้าคนจีนใหม่ๆเพิ่มขึ้นเเละยังทำให้ลูกค้าเก่าสามารถซื้อของซ้ำได้สะดวก เเละง่ายขึ้นด้วยเพราะลูกค้าสามารถสั่งสินค้าผ่านทางออนไลน์ได้เอง โดยไม่ต้องบินมาถึงไทยเเละถ้าเป็นนักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยก็สามารถสั่งสินค้าเพื่อให้มาส่งที่โรงเเรมได้ เป็นเเอปที่ตอบโจทย์สำหรับบริษัทระดับกลางถึงระรับใหญ่ๆเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นสามารถมีลูกค้าใหม่เพิ่ม อีกทั้งกลุ่มลูกค้าเก่าซื้อซ้ำอีกด้วย 

 การเลือกเครื่องมือดิจิทัลก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เเบรนด์เติบโตเเบบก้าวกระโดดได้ง่าย เเละเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าการขายสินค้าเเบบออฟไลน์เเค่ทางเดียว ดังนั้นการเรียนรู้เเละพัฒนาตัวเองอยู่เสมอเพื่อให้ทันยุคสมัยที่เปลี่ยนเเปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบันนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก อย่างทุกวันนี้คนเราใช้ออนไลน์กันมากขึ้น เเทบจะเกือบ2 ใน 4 ของชีวิตประจำวันเลยทีเดียว ดังนั้นจะเห็นได้ว่าคนเริ่มหันมาซื้อของออนไลน์กันมากขึ้นเรียกได้ว่าเป็นยุคของเศรษฐกิจขี้เกียจ (Lazy Economy) ก็ว่าได้เพราะผู้คนจำนวนมากหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น เนื่องจากสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเรื่องของการประหยัดแรงงานและเวลา ดังนั้นการเลือกเครื่องมือที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เเละเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเจ้าของธรุกิจที่เห็นโอกาส

สอบถามราคา WeChat Mini Program เละข้อมลูเพิ่มเติม

โทร 02-030-0066 (office), 095-8029531

 Email: support@dmit.co.th

Official LINE