เมื่อ AI สำหรับนักการตลาดในปี 2026 ทำได้มากกว่าที่คุณคิด ด้วยพลังของ AGENTIC AI Webinar นี้จะพาคุณไปอัปเดต เทรนด์ AI สำหรับนักการตลาดปี 2026พร้อมเจาะลึกแนวคิดของ Agentic AI – AI ยุคใหม่ที่ไม่ได้แค่ช่วยคิด ช่วยออกแบบแคมเปญ หรือช่วยตอบข้อความแต่สามารถ เข้าใจลูกค้า วิเคราะห์ข้อมูล ตัดสินใจ และขับเคลื่อน Action ทางการตลาดได้อัตโนมัติ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจและรายได้ที่ วัดผลได้จริง คุณจะได้เรียนรู้ว่า… AI กำลังเปลี่ยนบทบาทของนักการตลาดและโอกาสในการสร้างรายได้ในปี 2026 อย่างไร? Agentic AI มีความต่างจาก AI แบบเดิมอย่างไร? และสำคัญกับนักการตลาดอย่างไร? โอกาสที่จะเปลี่ยน Conversational Marketing จากแค่ “แชทกับลูกค้า” ให้กลายเป็น Revenue ได้อย่างไร? หากคุณเป็นนักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการ เพิ่มยอดขายจากช่องทางแชท สร้าง ROI ที่วัดผลได้และเตรียมพร้อมสู่การตลาดปี 2026 Webinar นี้คือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาด ลงทะเบียนได้เลย! ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน *เข้าร่วมงานฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย* ข้อมูลเพิ่มเติม งานสัมมนาออนไลน์ลงทะเบียนและเข้าร่วมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย บรรยายผ่านช่องทาง Google Meet (ลิงก์จะส่งให้หลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้น) ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Days Hours Minutes Seconds...
เบื้องหลัง Carnival BKK บริหารงานและโปรเจกต์อย่างไร? ให้ไม่พลาดทุก Deadline ด้วย Asana
เมื่อ Sneaker Store อันดับ 1 ของไทยต้องบริหารงาน หลายสาขา หลายแบรนด์ หลายแคมเปญการตลาด และหลายโปรเจกต์ ไปพร้อม ๆ กัน Asana คือ เครื่องมือที่ Carnival BKK เลือกใช้เพื่อให้ทุกการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากที่สุด พวกเขาทำได้อย่างไร? เราจะพาทุกท่านไปดูมุมมองจาก คุณภัณฑิรา หมื่นอาษา (Executive Assistant to CEO, Carnival BKK) กับเบื้องหลังที่ช่วยให้ทีมขับเคลื่อนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มจาก.. เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! ประวัติของ Carnival BKK Carnival BKK ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 จากร้านขายรองเท้า Converse เล็ก ๆ ในย่านสยาม แต่ในวันนี้ Carnival BKK เติบโตจนกลายเป็น Multi-brand Sneaker & Streetwear Hub อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่เป็น Authorized Dealer ของแบรนด์ระดับโลกมากมาย พร้อมด้วยทำเลหน้าร้านที่ไพรม์ของกรุงเทพฯ กว่า 5 สาขาทั้ง Siam Square, CentralWorld, Central Ladprao, Mega Bangna และ Central Pinklao พร้อมช่องทางออนไลน์และแอปพลิเคชันที่รองรับผู้ใช้งานนับแสนจึงทำให้ Carnival BKK เป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ความท้าทายและ Pain Point ของ Carnival BKK เมื่อธุรกิจมีการขยายตัว ส่งผลให้ความซับซ้อนในการทำงานและปริมาณงานที่มากขึ้นก็ตามมา ทีม Carnival BKK จึงต้องรับมือกับปริมาณงานที่ล้นมือ แถมกระจัดกระจายอยู่ในหลายทีม หลายสาขา และหลาย Platform ไปพร้อมกัน 1. ข้อมูลกระจัดกระจาย เวลาสั่งงาน ดูแผนงาน...
Continue readingเปลี่ยน Zendesk ให้เป็น Customer Data Hub ทางเลือกที่คุ้มค่าโดยไม่ต้องเริ่มจาก CDP เต็มรูปแบบ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “Customer Data” ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการตลาด การบริการ หรือการตัดสินใจในระดับกลยุทธ์ แต่สิ่งที่หลายองค์กรพบเจอเหมือนกันคือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไม่มีข้อมูลแต่อยู่ที่ข้อมูลเหล่านั้นกระจัดกระจาย (Data Silos) จนนำมาใช้งานจริงไม่ได้ ลองจินตนาการถึงองค์กรที่ข้อมูลลูกค้าถูกแยกเก็บไว้คนละที่ ทีมการตลาดถือข้อมูลชุดหนึ่ง ฝ่ายขายมีอีกชุด ขณะที่ทีม Service เก็บประวัติไว้ใน Zendesk และพฤติกรรมการใช้งานแอปฯ ก็แยกไปอยู่อีกระบบ ผลลัพธ์คือ ไม่มีใครเห็นภาพลูกค้าที่สมบูรณ์ (Single View of Customer) ในมุมเดียวกันเลย ปัญหานี้ส่งผลต่อธุรกิจโดยตรง ความยุ่งยากทางเทคนิคเป็นเพียงยอดเขาน้ำแข็ง แต่ผลกระทบที่แท้จริงคือความเสียหายทางธุรกิจ: ตัดสินใจช้า: เพราะต้องเสียเวลาไปกับการรอรวมข้อมูล Personalization ไม่ดีพอ: เข้าถึงลูกค้าได้ไม่ตรงจุด เพราะขาดข้อมูลพฤติกรรมที่ครบถ้วน การทำงานซ้ำซ้อน: แต่ละฝ่ายทำงานบนฐานข้อมูลที่ต่างกัน ทำให้เกิดความผิดพลาด เสียโอกาสสร้างรายได้: ลูกค้าหลุดมือเพราะเราไม่รู้ว่าเขากำลังต้องการอะไรในจังหวะที่เหมาะสม รายงานจาก McKinsey ระบุชัดเจนว่า องค์กรที่ทำ Personalization ได้ดี สามารถเพิ่มรายได้ได้ถึง 5–15% ทว่าในความเป็นจริง หลายองค์กรกลับยังขยับไปไม่ถึงเป้าหมายนั้น เพราะติดหล่มอยู่กับปัญหา ‘ข้อมูลไม่พร้อมใช้งาน’ ซึ่งกลายเป็นกำแพงสำคัญที่ปิดกั้นโอกาสในการเติบโต ทำไมไม่เริ่มที่ CDP (Customer Data Platform) ไปเลย? แม้ Customer Data Platform หรือ CDP จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เหมาะกับองค์กรโดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้น ด้วยเหตุผลหลายประการ: งบประมาณสูง ค่าใช้จ่ายมักแตะระดับหลักล้านต่อปี ใช้เวลา Implementation ค่อนข้างนาน ต้องมีฐานข้อมูล (Data Foundation) ที่พร้อมพอสมควร แนวทางที่หลายองค์กรเริ่มใช้คือการสร้าง “Customer Data Hub” ที่เน้นการรวมข้อมูลสำคัญมาไว้ในที่เดียว เพื่อให้ข้อมูลพร้อมใช้งานก่อนจะขยับไปสู่ระบบที่ซับซ้อนขึ้น ทำไม Zendesk ถึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี? หลายคนมองว่า Zendesk เป็นแค่ระบบจัดการ Ticket (Ticketing System) หรือระบบสำหรับ Customer Service แต่หากเจาะลึกลงไปในโครงสร้าง จะพบว่า...
Continue readingทำไม Google Workspace จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญขององค์กรในยุควิกฤติ
เมื่อเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญภาวะตึงเครียด จากราคาน้ำมันพุ่งสูงอาจนำไปสู่การขึ้นราคาสินค้า ลดคุณภาพ และข้อจำกัดในการตัดสินใจที่มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อทุกฝ่ายตั้งแต่ผู้บริโภคจนถึงผู้บริหารในภาคธุรกิจ CEO ต้องพาองค์กรเติบโตภายใต้ข้อจำกัดที่รัดตัว CFO ต้องควบคุมต้นทุนเข้มงวดโดยไม่ทำลายศักยภาพการแข่งขัน COO ต้องบริหารจัดการให้ “งานเดินต่อได้” ไม่ว่าสถานการณ์ภายนอกจะเปลี่ยนแปลงเพียงใด อย่างไรก็ตามปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มาจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ถูก “ขยาย” ให้รุนแรงขึ้นด้วยระบบการทำงานภายในองค์กรเอง เช่น ระบบ IT ที่ยุ่งเหยิง การสื่อสารที่แยกส่วน และวัฒนธรรมการทำงานที่ไม่รองรับความผันผวน “นี่ไม่ใช่เรื่องของ IT แต่คือเรื่องของผู้นำ” จะรับมือกับความไม่แน่นอนได้อย่างไร จะตัดสินใจได้เร็วแค่ไหน จะควบคุมต้นทุนอย่างไรในภาวะกดดัน ในช่วงปกติสิ่งเหล่านี้อาจไม่ชัด แต่ในช่วงวิกฤติมันคือ “ตัวชี้ชะตาองค์กร” ดังนั้นท่ามกลางข้อจำกัดนี้ Google Workspace จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือจัดการเอกสารอีกต่อไป แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นเพื่อให้ธุรกิจประคองตัวและไปต่อได้ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ ทำไม Google Workspace จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญขององค์กรในยุคนี้ 1. กำจัด “ต้นทุนที่มองไม่เห็น” ภาระหนักที่องค์กรละเลย เมื่อราคาพลังงานเพิ่มขึ้น หลายองค์กรเลือกมองไปที่ต้นทุนโลจิสติกส์ การจัดซื้อ หรือแรงงาน แต่กลับลืมมอง “ต้นทุนแฝง” ที่อยู่ในระบบ IT ที่ติดตั้งภายในองค์กร (on-premises) ซึ่งเป็นภาระต้นทุนในระยะยาว เช่น ค่าไฟฟ้าสำหรับเซิร์ฟเวอร์ ค่าระบบระบายความร้อน ค่าเสื่อมราคาและการเปลี่ยนอุปกรณ์ ค่าแรงดูแลระบบและความเสี่ยงจากระบบล่ม (Downtime) จากรายงานของ International Energy Agency (IEA) ระบุว่าความผันผวนของราคาพลังงานจะเป็น “โครงสร้างถาวร” ของเศรษฐกิจโลกในตอนนี้ องค์กรที่พึ่งพาระบบที่ใช้พลังงานสูงจึงเผชิญความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้ Google Workspace ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนจากการ “ลงทุนดูแลเอง” ไปสู่การใช้บริการ Cloud ระดับโลกที่ผ่านการ Optimized มาอย่างสูงสุด ช่วยลด TCO (Total Cost of Ownership) ได้มากถึง 30 – 40% 2. เมื่อ “ความเร็วในการตัดสินใจ” คือสกุลเงินใหม่ของธุรกิจ ในโลกที่ผันผวนการตัดสินใจช้าอาจไม่ทันการเมื่อสถานการณ์หน้างานเปลี่ยนไปทุกนาที ซึ่งอาจเกิดจากข้อมูลกระจัดกระจายและการสื่อสารหลายขั้นตอน...
Continue reading3 AI Tools ที่ Marketing ต้องลอง!
สวัสดีค่ะ รินเป็น Senior Marketing Specialist จาก Demeter ICT นะคะ ในการทำงานปกติแล้วรินใช้ Google Workspace ทุกวัน ซึ่งก็จะมีการใช้ AI ด้วย วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ AI Tools ที่รินมีการใช้งานจริงแล้วรู้สึกว่า “เวิร์ก!” สำหรับสาย Marketing ค่ะ 1. Gemini: Help me write จริงๆ ฟีเจอร์นี้มีทั้งในอีเมลและใน Google Docs เลยค่ะ แต่ตัวที่รินรู้สึกว่าสะดวกมาก คือ Help me write ที่อยู่ใน Google Docs เพราะเหมือนยก Gemini มาไว้ที่หน้า Google Docs เลยค่ะ ใช้งานได้ง่ายๆ ที่ Side Panel ไม่ต้องคอยสลับแท็บไปหน้า Gemini เหมือนเดิมแล้ว และในเรื่องของความสามารถเทียบเท่ากับ Gemini บนหน้าเว็บไหม? รินคิดว่าความสามารถจะยังไม่เก่งเท่าโมเดลใหญ่ในหน้าเว็บหลักค่ะ แต่ก็สามารถทำได้ใกล้เคียงเลย เช่น เวลารินเขียนบทความก็สามารถใช้ Gemini ช่วยออกความเห็นในหน้านั้นได้ มีตรงไหนที่ควรปรับ และมีคำแนะนำอย่างไร Gemini ใน Google Docs ก็สามารถทำได้ดีเลยค่ะ 2. Gemini Gems Gems เป็นฟีเจอร์ที่ใช้แบ่งความถนัดเป็นด้านๆ ค่ะ เช่น Gem 1: ถนัดด้านการทำ SEO และ Gem 2: ถนัดด้านเขียนสคริปต์ เป็นต้น ซึ่งฟีเจอร์นี้อยู่ใน Gemini และสามารถใช้ใน Side Panel ได้ด้วยค่ะ สำหรับสาย Marketing รินชอบใช้ Gems เพื่อช่วยทำ SEO...
Continue readingสรุป AppSheet คืออะไร ? ทำอะไรได้บ้าง ? (ฉบับเข้าใจง่าย)
AppSheet ถือได้ว่าเป็นแอปพลิเคชันที่ถูกพูดถึงและกำลังมาแรงแซงทางโค้งอย่างมากในประเทศไทยของเรา เพราะเพียงแค่เดือนเดียว Keyword คำว่า “AppSheet” ถูกค้นหาไปมากกว่า 3 หมื่นครั้ง แล้วทำไม AppSheet ถึงกำลังได้รับความนิยมมากขนาดนี้กันนะ ? วันนี้ Demeter ICT จึงได้ทำสรุปฉบับเข้าใจง่าย ที่ไม่ว่าจะมือใหม่หัดใช้หรือคนที่ต้องการทำความรู้จักเพิ่มเติมว่า AppSheet จริง ๆ แล้วคืออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้ท่านได้เข้าใจและเห็นภาพรวมกันชัด ๆ ไปเลย ! AppSheet คืออะไร ? AppSheet คือ เครื่องมือสร้างแอปพลิเคชันแบบเร็วที่สุดโดยที่คุณไม่ต้องมีทักษะการเขียนโค้ดแต่อย่างใด เพราะ AppSheet นั้นคือ No-Code Platform แบบ 100% เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่จากค่าย Google ที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว AppSheet ทำอะไรได้บ้าง ? AppSheet สามารถสร้างแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลที่คุณจะต้องนำมาใช้งานก็มาจาก Google Sheets ที่คุณใช้อยู่ทุกวันนั่นแหละ เพียงแต่ว่าคุณนำข้อมูลเหล่านี้มาสร้างกระบวนการการทำงานให้เป็นระบบอัตโนมัติ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้การทำงานของคุณง่าย สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดย AppSheet สามารถรองรับได้ทั้ง Desktop version และ Mobile version เลย Demeter ICT สรุปให้สั้นๆ ว่า AppSheet สามารถ สร้างแอปพลิเคชันได้ สร้าง Workflow Automation ได้ สร้าง SMS, Bot, Push notifications อัตโนมัติได้ เชื่อมต่อกับข้อมูลได้หลากหลายประเภท เช่น Excel, Dropbox, Box, และ Saleforce.com ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็น Google Sheets เท่านั้น บันทึกข้อมูลจาก Google Forms Barcode ลายเซ็น...
Continue reading4 เหตุผลทำไม Google Workspace และ Gemini ช่วยทำงานให้เร็วขึ้นได้ 10 เท่า
หากพูดถึง Google Workspace ทุกคนคงจะเข้าใจว่าเป็นเพียงระบบอีเมล แต่จริงๆ แล้วในปัจจุบัน Google Workspace นั้นได้พัฒนาสู่การเป็น AI-first Operating System โดยการนำ Gemini เข้ามาช่วยให้การทำงานของคุณเจ๋งขึ้นและรวดเร็วขึ้น นี่คือเหตุผลที่คุณควรเริ่มต้นใช้งาน Google Workspace พร้อมกับ Gemini AI ผู้ช่วยอัจฉริยะที่จะทำให้การทำงานของคุณง่ายขึ้น 10 เท่า ส่องประโยชน์ของ Gemini ใน Google Workspace ที่คนทำงานต้องรู้ ! 1. เหมือนจ้าง “ผู้ช่วยส่วนตัว” ให้พนักงานทุกคนในราคาประหยัด ปรับเปลี่ยนมุมมองจากการมองว่าเป็นเพียงค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ มาเป็นการลงทุนจ้างผู้ช่วย AI ส่วนตัวให้กับพนักงานทุกคน โดยมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ประหยัดมาก ซึ่งน้อยกว่าค่าอาหารกลางวันเพียงมื้อเดียวเสียอีก แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการช่วยลดภาระงาน ประหยัดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมหาศาล 2. เปลี่ยนทุกการประชุมให้กลายเป็นกำไร แทนที่จะเสียเวลาหลายชั่วโมงไปกับการสรุปประชุม เปลี่ยนมาใช้ฟีเจอร์ “Take Notes for Me” ใน Google Meet เพื่อให้ Gemini จดบันทึกและติดตามรายการสิ่งที่ต้องทำ (Action Items) ให้โดยอัตโนมัติ เพียงแค่นี้คุณก็สามารถนำเวลาที่เหลือไปสร้างกำไรต่อได้ 3. วิเคราะห์ข้อมูลได้ทันที แม้ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ต้องรอ “เซียน Excel” หรือนักวิเคราะห์ข้อมูลอีกต่อไป ด้วย Gemini ใน Google Sheets คุณสามารถพิมพ์คำสั่งง่ายๆ เช่น “ช่วยไฮไลต์สินค้าที่มีการเติบโตสูงสุดในไตรมาสที่แล้ว” ทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจเกิดขึ้นได้ในหลักวินาที ไม่ใช่หลักวันแบบวิธีเดิมๆ อีกต่อไป 4. เขียนเอกสารและนำเสนอแบบมือโปรใน 30 วินาที การเริ่มต้นจากหน้ากระดาษเปล่าเป็นเรื่องยากที่สุด แต่ด้วยฟีเจอร์นี้ “Help me write” ใน Google Docs จะช่วยให้คุณสามารถเขียนเอกสารแบบมืออาชีพได้ใน 30 วินาที เร็วขึ้นกว่าเดิมมากถึง 40 – 50% ...
Continue readingทำไม AI Chatbot จำนวนมากไม่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจแบบที่ผู้บริหารต้องการ?
ในยุคที่ AI Chatbot และ Conversational AI กลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานของหลาย ๆ องค์กร ซึ่งจะมีคำถามที่ผู้บริหารมักถูกถามบ่อย คือ “องค์กรคุณมี AI Chatbot หรือยัง?” แต่ในความเป็นจริง ผู้บริหารจำนวนไม่น้อยกลับพูดเหมือนกันว่า “เรามี Chatbot นะ… แต่ไม่เห็นผลทางธุรกิจอย่างที่คาดหวังไว้เลย” ซึ่งจริง ๆ แล้วคำถามที่ควรถามและสำคัญกว่านั้นคือ “AI Chatbot ที่คุณมี สร้างรายได้ให้ธุรกิจได้จริงหรือไม่?” แม้หลาย ๆ องค์กรจะมีการลงทุนใน AI แล้ว แต่กลับไม่สามารถสร้าง Business Impact หรือ ROI ได้อย่างที่คาดหวัง ซึ่งนี่ไม่ใช่ความล้มเหลวของเทคโนโลยี แต่คือ “ความล้มเหลวของกลยุทธ์” โดยบทความนี้เราจะมาอธิบายว่า ทำไม AI Chatbot ที่องค์กรส่วนใหญ่ใช้จึงล้มเหลวและไม่ค่อยประสบความสำเร็จ? องค์กรควรปรับมุมมองและกลยุทธ์อย่างไรเพื่อสร้าง ROI จาก AI ได้อย่างที่คาดหวัง? AI Chatbot คืออะไร? AI Chatbot คือ ระบบที่ใช้ AI ในการสนทนาอัตโนมัติ ช่วยตอบคำถามลูกค้า ทำ Automation และลดภาระให้กับทีม โดยองค์กรส่วนใหญ่นำ AI Chatbot มาใช้เพื่อ ลดต้นทุนด้าน Call Center ตอบคำถาม FAQ ง่าย ๆ แบบอัตโนมัติ ให้บริการลูกค้าได้ 24/7 เพิ่มความรวดเร็วในการตอบและบริการลูกค้า ซึ่งหน้าที่ทั้งหมดนี้ AI Chatbot สามารถช่วยองค์กรได้จริง แต่มันไม่เพียงพอสำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างความเติบโตของธุรกิจ ทำไมองค์กรส่วนใหญ่จึงล้มเหลวและไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการใช้งาน? ทำไม AI Chatbot จึงล้มเหลว ไม่ประสบความสำเร็จตามที่ผู้บริหารคาดหวัง? 1. การมองเป้าหมายของ AI Chatbot เป็นแค่ “เครื่องมือ” ไม่ใช่ “กลยุทธ์”...
Continue readingAsana Features Updated ประจำเดือนมีนาคม 2026
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic 1 click section & subtask expansion and collapse: ขยายหรือย่อทุก Section, กลุ่ม และ Subtask ในโปรเจกต์ได้ในคลิกเดียว Collapsible board columns: สามารถย่อหรือขยายคอลัมน์ในมุมมองแบบ Board ของโปรเจกต์และ My Tasks ได้ โดยระบบจะจำค่าที่ตั้งไว้ให้โดยอัตโนมัติ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Dropped and Completed status options: สามารถใช้สถานะ “Dropped” สำหรับโปรเจกต์ และใช้สถานะ “Dropped” และ “Completed” สำหรับ Portfolio ได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Column dropdown for filter, group, and sort: เข้าถึง การกรอง (Filter), การจัดกลุ่ม (Group) และการเรียงลำดับ (Sort) ได้จากเมนูบนคอลัมน์ในมุมมองแบบ Grid Revamped trash experience: ลบและกู้คืนโปรเจกต์ รวมถึง Task และข้อความต่าง ๆ ได้จากหน้าถังขยะรวมศูนย์ในแถบเมนูด้านข้าง วิธีค้นหาและรายการที่ถูกลบ: คลิกที่แถบค้นหาด้านบนของหน้าต่าง Asana ในเมนูที่แสดงขึ้นมา ให้มองหาในส่วน Saved searches เลือก Deleted เพื่อเปิดหน้ารวมรายการที่ถูกลบ รายการที่ถูกลบทั้งหมด เช่น Task, ข้อความ และโปรเจกต์ จะถูกเก็บไว้ที่นี่เป็นเวลา 30 วัน หลังจากนั้น หรือหากมีการลบถาวร จะไม่สามารถกู้คืนได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Optimized...
Continue readingสรุปครบ! My Drive กับ Shared drives แตกต่างกันอย่างไร? องค์กรควรใช้แบบไหนดี?
...