3 AI Tools for Marketing

3 AI Tools ที่ Marketing ต้องลอง!

สวัสดีค่ะ รินเป็น Senior Marketing Specialist จาก Demeter ICT นะคะ ในการทำงานปกติแล้วรินใช้ Google Workspace ทุกวัน ซึ่งก็จะมีการใช้ AI ด้วย วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ AI Tools ที่รินมีการใช้งานจริงแล้วรู้สึกว่า “เวิร์ก!” สำหรับสาย Marketing ค่ะ 1. Gemini: Help me write จริงๆ ฟีเจอร์นี้มีทั้งในอีเมลและใน Google Docs เลยค่ะ แต่ตัวที่รินรู้สึกว่าสะดวกมาก คือ Help me write ที่อยู่ใน Google Docs เพราะเหมือนยก Gemini มาไว้ที่หน้า Google Docs เลยค่ะ ใช้งานได้ง่ายๆ ที่ Side Panel ไม่ต้องคอยสลับแท็บไปหน้า Gemini เหมือนเดิมแล้ว และในเรื่องของความสามารถเทียบเท่ากับ Gemini บนหน้าเว็บไหม? รินคิดว่าความสามารถจะยังไม่เก่งเท่าโมเดลใหญ่ในหน้าเว็บหลักค่ะ แต่ก็สามารถทำได้ใกล้เคียงเลย เช่น เวลารินเขียนบทความก็สามารถใช้ Gemini ช่วยออกความเห็นในหน้านั้นได้ มีตรงไหนที่ควรปรับ และมีคำแนะนำอย่างไร Gemini ใน Google Docs ก็สามารถทำได้ดีเลยค่ะ 2. Gemini Gems Gems เป็นฟีเจอร์ที่ใช้แบ่งความถนัดเป็นด้านๆ ค่ะ เช่น Gem 1: ถนัดด้านการทำ SEO และ Gem 2: ถนัดด้านเขียนสคริปต์ เป็นต้น ซึ่งฟีเจอร์นี้อยู่ใน Gemini และสามารถใช้ใน Side Panel ได้ด้วยค่ะ  สำหรับสาย Marketing รินชอบใช้ Gems เพื่อช่วยทำ SEO...

Continue reading
Why Google Workspace can improve productivity more than 10 times

4 เหตุผลทำไม Google Workspace และ Gemini ช่วยทำงานให้เร็วขึ้นได้ 10 เท่า

หากพูดถึง Google Workspace ทุกคนคงจะเข้าใจว่าเป็นเพียงระบบอีเมล แต่จริงๆ แล้วในปัจจุบัน Google Workspace นั้นได้พัฒนาสู่การเป็น AI-first Operating System โดยการนำ Gemini เข้ามาช่วยให้การทำงานของคุณเจ๋งขึ้นและรวดเร็วขึ้น นี่คือเหตุผลที่คุณควรเริ่มต้นใช้งาน Google Workspace พร้อมกับ Gemini AI ผู้ช่วยอัจฉริยะที่จะทำให้การทำงานของคุณง่ายขึ้น 10 เท่า ส่องประโยชน์ของ Gemini ใน Google Workspace ที่คนทำงานต้องรู้ ! 1. เหมือนจ้าง “ผู้ช่วยส่วนตัว” ให้พนักงานทุกคนในราคาประหยัด ปรับเปลี่ยนมุมมองจากการมองว่าเป็นเพียงค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ มาเป็นการลงทุนจ้างผู้ช่วย AI ส่วนตัวให้กับพนักงานทุกคน โดยมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ประหยัดมาก ซึ่งน้อยกว่าค่าอาหารกลางวันเพียงมื้อเดียวเสียอีก แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการช่วยลดภาระงาน ประหยัดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมหาศาล 2. เปลี่ยนทุกการประชุมให้กลายเป็นกำไร แทนที่จะเสียเวลาหลายชั่วโมงไปกับการสรุปประชุม เปลี่ยนมาใช้ฟีเจอร์ “Take Notes for Me” ใน Google Meet เพื่อให้ Gemini จดบันทึกและติดตามรายการสิ่งที่ต้องทำ (Action Items) ให้โดยอัตโนมัติ เพียงแค่นี้คุณก็สามารถนำเวลาที่เหลือไปสร้างกำไรต่อได้ 3. วิเคราะห์ข้อมูลได้ทันที แม้ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ต้องรอ “เซียน Excel” หรือนักวิเคราะห์ข้อมูลอีกต่อไป ด้วย Gemini ใน Google Sheets คุณสามารถพิมพ์คำสั่งง่ายๆ เช่น “ช่วยไฮไลต์สินค้าที่มีการเติบโตสูงสุดในไตรมาสที่แล้ว” ทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจเกิดขึ้นได้ในหลักวินาที ไม่ใช่หลักวันแบบวิธีเดิมๆ อีกต่อไป 4. เขียนเอกสารและนำเสนอแบบมือโปรใน 30 วินาที การเริ่มต้นจากหน้ากระดาษเปล่าเป็นเรื่องยากที่สุด แต่ด้วยฟีเจอร์นี้ “Help me write” ใน Google Docs จะช่วยให้คุณสามารถเขียนเอกสารแบบมืออาชีพได้ใน 30 วินาที เร็วขึ้นกว่าเดิมมากถึง 40 – 50% ...

Continue reading
How to record meeting

วิธีบันทึกประชุม (Record meeting) และดูวิดีโอย้อนหลังใน Google Meet

ในยุคการทำงานแบบ Hybrid การเก็บบันทึกข้อมูลการประชุมถือเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้การส่งต่องานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการทบทวนมติที่ประชุมหรือการแชร์ข้อมูลให้กับผู้ที่ติดภารกิจจนไม่สามารถเข้าร่วมได้  อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจยังมีความสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการบันทึกวิดีโอ (Record Meeting) บน Google Meet รวมถึงระบบการจัดเก็บไฟล์ว่าถูกส่งไปที่ใดและใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าถึง  บทความนี้จะช่วยสรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับการบันทึกวิดีโอประชุม (Record meeting) เพื่อให้การทำงานในองค์กรของคุณไหลลื่นและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้อย่างง่าย วิธีการบันทึกประชุม (Record meeting) ใน Google Meet เปิด Google Meet และเข้าร่วมประชุม ไปที่ จุด 3 จุด หรือ More options 3. กด Manage recording (หากไม่มี จะต้องทำการอัปเกรดเป็น Google Workspace Standard ขึ้นไป) วิดีโอที่บันทึกจะถูกจัดเก็บไว้ที่ใด หากคุณต้องการดูวิดีโอการประชุมย้อนหลัง เมื่อจบการประชุม Google Meet จะทำการประมวลผล ซึ่งอาจใช้เวลาประมาน 5 นาที – หลายชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความยาวของวิดีโอ โดยวิดีโอการประชุมจะถูกจัดเก็บไว้ใน 3 ที่ ดังนี้ 1. Google Drive ไฟล์วิดีโอจะถูกบันทึกไว้ใน Google Drive ของ “คนที่กดเริ่มบันทึก” หรือ “ผู้สร้างห้องประชุม (Organizer)” วิธีการค้นหาไฟล์วิดีโอจากการบันทึกการประชุม ไปที่ Google Drive ค้นหาโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า “Meet Recordings” ค้นหาไฟล์วิดีโอโดยพิมพ์ชื่อห้องประชุม_วันที่_เวลา หรือหากคนที่เริ่มกดบันทึกคือคนละคนกับผู้สร้างห้องประชุม วิดีโอจะถูกจัดเก็บไว้ที่ Drive ของผู้สร้าง แต่ผู้ที่กดบันทึกจะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์นั้นได้อย่างอัตโนมัติ 2. อีเมล (Email Notification) หลังจากการประมวลผลวิดีโอเสร็จสิ้น Google Meet จะส่งวิดีโอไปยังอีเมลของ เจ้าของห้องประชุม (Organizer) และ คนที่กดบันทึก 3. Google Calendar หากการประชุมนั้นมีการนัดหมายผ่านปฏิทิน...

Continue reading
How to create domain and use Google Workspace

วิธีสร้างอีเมลบริษัทโดเมนตัวเองด้วย ต้องทำอย่างไร? ง่ายๆ ด้วย Google Workspace

วันนี้ Demeter ICT ได้รวบรวมวิธีการสร้างอีเมลบริษัทที่มีโดเมนเนมตัวเอง รับประกันว่าง่ายที่สุด มีวิธีดังนี้ 1. เยี่ยมชมเว็บไซต์ Google Workspace โดยตรงหรือมองหา Partner ของ Google Workspace อย่าง Demeter ICT ที่ให้บริการมามากกว่า 10 ปี ซึ่งหากซื้อผ่านทาง Partner แล้วเนี่ย จะมีบริการเสริมให้ฟรี เช่น บริการหลังการขายตลอดการใช้งาน อัปเดตบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Google Workspace งานสัมมนาอัปเดตเรื่องสำคัญและฟีเจอร์เจ๋ง ๆ และอื่น ๆ อีกมากมาย  *บริการด้านบนอ้างอิงจากบริการของ Demeter ICT ซึ่ง Partner แต่ละที่จะให้บริการแตกต่างกันไป  2. ดูแพ็กเกจ (Package) ที่คุณสนใจ แต่ละแพ็กเกจจะมีฟังก์ชันและราคาที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการใช้งานและจำนวนผู้ใช้งาน โดย Google Workspace จะมีให้บริการทั้งหมด 4 แพ็กเกจ คือ แพ็กเกจ (Package) เหมาะสำหรับ? Business Starter เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการพื้นที่ใน Google Drive เยอะและจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนไม่มากกว่า 100 คน Business Standard เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟังก์ชันเพิ่มเติมจาก Business starter โดยจะมีพื้นที่มากกว่าและรับรองผู้เข้าร่วมประชุมได้ถึง 150 คน พร้อมได้รับ Shared drive พื้นที่เก็บข้อมูลส่วนกลางของบริษัทอีกด้วย ซึ่งแพ็กเกจนี้เป็นแพ็กเกจที่แนะนำและบริษัทนิยมใช้อย่างมาก Business Plus นอกจากฟังก์ชันที่ได้มากกว่า Business standard แล้ว ยังได้ Google Vault ที่สามารถเพิ่มเกราะความปลอดภัยของข้อมูลให้มากยิ่งขึ้น Enterprise   เหมาะสำหรับองค์กรใหญ่หรือองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยในการเก็บข้อมูลขั้นสูง เพราะแพ็กเกจนี้จะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา และยังได้ AppSheet ไปใช้งานฟรี ๆ ได้อีกด้วย ดูรายละเอียด เปรียบเทียบแพ็กเกจและราคาเพิ่มเติม ได้ที่...

Continue reading

เลิกเดา แล้วใช้ Data: ทำไมผู้บริหารทุกคนควรเข้าไปดู Google Workspace Dashboard ด้วยตัวเอง

ในยุคที่การทำงานแบบ Hybrid และการทำงานร่วมกันผ่าน Cloud ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ Google Workspace จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือพิมพ์งานหรือส่งอีเมลเท่านั้น แต่เปรียบเสมือน “ระบบนิเวศการทำงาน” (Work Ecosystem) ที่เชื่อมโยงการทำงานของคนในองค์กรเข้าไว้ด้วยกัน  เมื่อ Google Workspace กลายเป็นหัวใจหลักขององค์กรที่เชื่อมโยงการทำงานของคนในองค์กรเข้าไว้ด้วยกัน แน่นอนว่าการปล่อยให้ Admin Console อยู่ภายใต้การดูแลของแผนก IT เพียงลำพังอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่เสี่ยงต่อความเสียหายในอนาคต นั่นคืออาจทำให้องค์กรเสียโอกาสในการมองเห็นภาพรวมของการใช้งานที่แท้จริง เนื่องจากใน Google Workspace Dashboard นี้ไม่ได้มีแค่ตัวเลขทางเทคนิคเพียงผิวเผินเท่านั้น แต่ยังเป็นกระดานแสดงขุมทรัพย์ข้อมูลที่ผู้บริหารสามารถใช้ตัดสินใจได้ว่าองค์กรจะเดินไปในทิศทางใด 3 เหตุผลหลัก “ทำไมผู้บริหารต้องหมั่นเข้าดู Google Workspace Dashboard ใน Admin Console ด้วยตนเอง?” 1. เพราะ Dashboard คือเครื่องวัดชีพจรความอยู่รอดองค์กร รายงานใน Admin Console แท้จริงแล้วไม่ได้บอกแค่ตัวเลขเท่านั้น แต่มันสามารถบอกถึงพฤติกรรมของคนในองค์กรได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้บริหารสามารถเห็นภาพรวมได้ว่า จำนวน License ที่องค์กรจ่ายอยู่ สอดคล้องกับการใช้งานจริงแค่ไหน? ในขณะที่องค์กรขนาดกลางจำนวนมาก พบว่ามี License ที่ไม่ได้ใช้งานหรือใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ 10–20% มีบัญชีพนักงานเก่าใดบ้างที่ยังไม่ถูกยกเลิก บางแผนอาจถูกอัปเกรดโดยไม่มีการพิจารณา Storage ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สาเหตุมาจากไม่มีการควบคุม โดยข้อมูลเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดว่า “กำไรขององค์กรกำลังรั่วไหลอยู่หรือไม่?” นอกจากนี้วิธีการดูข้อมูลจาก Google Workspace Dashboard จะช่วยให้ผู้บริหารปรับจูนวัฒนธรรมการทำงานได้แม่นยำ โดยมีตัวเลขที่แน่ชัดไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจให้พัฒนาองค์กรต่อไปได้ 2. การบริหารความเสี่ยงบน Google Workspace Dashboard คือหน้าที่ของผู้นำ เรื่องความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) อาจไม่ใช่งานของ IT เพียงลำพัง ซึ่งใน Google Workapce Dashboard นี้ ผู้บริหารสามารถเห็นภาพรวมความเสี่ยง เช่น มีการแชร์เอกสารลับออกสู่ภายนอกมากน้อยแค่ไหน ตรวจสอบสถานะนโยบาย Data Loss Prevention หรือมีกิจกรรมที่ผิดปกติที่อาจนำไปสู่ข้อมูลรั่วไหลหรือไม่ การรับรู้สิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองจะช่วยให้ตัดสินใจวางนโยบายป้องกันและอุดรอยรั่วได้ทันท่วงที...

Continue reading
Gemini VS Claude AI

ธุรกิจใช้ AI ตัวไหนดี? เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Claude และ Gemini AI

ท่ามกลางเครื่องมือ AI มากมาย ธุรกิจจะใช้ตัวไหนดี? ปี 2026 แน่นอนว่าหลายธุรกิจเริ่มมีการนำ AI มาใช้กันบ้างและใช้อยู่หลายตัวเลย แล้วตัวไหนถึงจะตอบโจทย์ที่สุด ทั้งด้านการใช้งานและความปลอดภัย? ในบทความนี้ Demeter ICT จะพาทุกคนมาสำรวจความแตกต่างระหว่าง Claude AI ที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้และ Gemini AI จาก Google ที่ครองใจใครหลายคน ซึ่งหลังจากที่เราได้ทดลองใช้งาน นี่คือความแตกต่างที่พบเจอ เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Claude และ Gemini AI จุดเด่น Claude: เน้นการเชื่อมต่อ API กับ 3rd Party และการควบคุมความปลอดภัย Gemini: เน้นข้อมูล Real Time และ Ecosystem แบบ All in One ที่ปลอดภัยสูง ลักษณะการค้นหาข้อมูล Claude: เน้นการค้นหาแบบเจาะลึก (ขึ้นอยู่กับโมเดลที่ใช้) Gemini: เน้นการค้นหาแบบกว้างและรวดเร็ว (ขึ้นอยู่กับโมเดลที่ใช้ซึ่งสามารถค้นหาแบบเจาะลึกได้เช่นกัน) ความแม่นยำและแหล่งอ้างอิง Claude: แม่นยำสูง แสดงแหล่งที่มาของข้อมูลในคำตอบทันที Gemini: แม่นยำสูง แต่จะไม่แสดงแหล่งอ้างอิงทันที หากต้องการจะต้องใส่ Prompt หรือแนบไฟล์อ้างอิงหรือสามารกดปุ่ม Double-Check Response เพื่อตรวจสอบความถูกต้องได้ ความเหมาะสมในการใช้งาน Claude: เหมาะกับการเขียนโค้ด งานที่ต้องใช้ทักษะสูง Gemini: เหมาะกับงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความหลากหลาย ฟังก์ชันที่น่าสนใจ Claude: Take a screenshot, Projects, Artifacts (เทมเพลตสำเร็จรูป) Gemini: สามารถปักหมุดแชตได้, สร้างรูป, สร้างวิดีโอสั้น, แต่งเพลง Model Claude Gemini ความสามารถ Haiku   Fast ค้นหาข้อมูลทั่วไป เน้นความรวดเร็ว Sonnet  Thinking...

Continue reading
GWS is not just email

ผู้บริหารไม่ได้ “ซื้ออีเมล”แต่กำลังลงทุนใน “ความเร็วในการตัดสินใจ” — มุมมองใหม่ต่อ Google Workspace

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เวลาผู้บริหารต้องตัดสินใจเลือกระบบอีเมลหรือเครื่องมือทำงาน คำถามแรกที่มักถูกหยิบขึ้นมาคือ “คิดค่าใช้จ่ายต่อผู้ใช้เท่าไหร่?” คำถามนี้ไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะในโลกธุรกิจปี 2026 ต้องเป็นคำถามที่ลึกกว่านี้มาก คือ “องค์กรสามารถตัดสินใจได้เร็วแค่ไหน และลงมือทำได้เร็วเพียงใด” และนี่คือจุดที่ Google Workspace และ Gemini แตกต่างจากระบบอีเมลทั่วไป ทำความเข้าใจปัญหาที่แท้จริงขององค์กร งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่าพนักงานสายความรู้ใช้เวลากว่า 20–25% ของเวลาทำงานไปกับการค้นหาข้อมูลหรือยืนยันบริบท ส่งผลให้ “การตัดสินใจมีความล่าช้า” อันมีสาเหตุมาจาก ข้อมูลกระจัดกระจาย บริบทสำคัญซ่อนอยู่ในกล่องอีเมลของแต่ละคน การตัดสินใจเดิมถูกนำมาคุยซ้ำ องค์กรพึ่งพา “คนสำคัญบางคน” มากเกินไป ซึ่งสำหรับผู้บริหารแล้ว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเวลา แต่มันคือ “ต้นทุนเชิงกลยุทธ์ที่ต้องเสียไป” อีเมลราคาถูก ประหยัดงบ อาจเพิ่มภาระการบริหารอย่างไม่รู้ตัว เช่น พนักงานใหม่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจงาน ความรู้หายไปเมื่อคนลาออก ผู้บริหารต้องคอยตามเรื่องตลอดเวลา รายงานและสรุปยังต้องพึ่งแรงคน ความเสี่ยงด้านข้อมูลและ compliance ที่มองไม่เห็น ต้นทุนภาระเหล่านี้ ไม่เคยปรากฏในใบเสนอราคา แต่จะส่งผลโดยตรงต่อ “คุณภาพการตัดสินใจ ความซับซ้อนในการบริหาร และความเร็วในการ execute” เพราะยิ่งระบบถูก องค์กรยิ่งต้องใช้ “คน” มาชดเชยความสามารถของระบบ การนำ AI เข้ามาใช้จะเปลี่ยนมุมมองในการบริหาร Gemini AI ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยเขียนอีเมลหรือผู้ช่วยสรุปประชุมเท่านั้น แต่ทำให้ความรู้ที่องค์กรมีอยู่แล้วถูกเรียกใช้งานได้จริงเป็นครั้งแรก เพราะการที่ Gemini สามารถเข้ามาอยู่ใน Workflow การทำงานร่วมกับ Google Workspace ไม่ว่าจะเป็น อีเมล เอกสาร สเปรดชีต ประชุม และไฟล์ที่แชร์ร่วมกัน จะช่วยให้ Gemini สามารถเข้าใจ “งาน” ไม่ใช่แค่เข้าใจ “เนื้อหา” เพียงอย่างเดียวนั่นเอง Google Workspace + Gemini AI เหมาะอย่างยิ่งกับองค์กรที่ กำลังเติบโตหรือเปลี่ยนผ่าน ทำงานข้ามทีม ข้ามประเทศ ใช้ความรู้และการตัดสินใจเป็นหัวใจ มอง AI เป็นความสามารถเชิงกลยุทธ์ ฉะนั้นการเลือกใช้เครื่องมือที่ใช่ ไม่เพียงแค่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแต่รวมไปถึงความสำเร็จในการบริหารด้วย เช่น...

Continue reading
What is Agentic AI

Agentic AI คืออะไร? จะมาแทนที่คนไหม?

Agentic AI คืออะไร? จากยุค Generative AI สู่ Agentic AI แบบเต็มตัว Agentic AI คือ เครื่องมืออัจฉริยะตัวใหม่ที่ไม่ใช่แค่ช่วยสร้างสรรค์หรือคิดไอเดียเท่านั้น แต่สามารถตัดสินใจและทำตามคำสั่งได้หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็น Agent (ผู้ช่วย/เลขา) ที่สามารถช่วยคุณจัดการงานต่าง ๆ ได้แบบอัตโนมัตินั่นเอง เพื่อให้เข้าใจง่ายและเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้เปรียบเทียบความแตกต่าง ดังนี้ Generative AI = สมอง → คิด ตัวอย่าง Prompt คำสั่ง → ช่วยสรุปเนื้อหาจากไฟล์บันทึกการประชุมนี้ให้หน่อย Agentic AI = สมอง + มือ → คิดและลงมือทำ ตัวอย่าง Prompt คำสั่ง → จากบันทึกการประชุม ช่วยสร้าง Task ให้คนที่เกี่ยวข้องทุกคน แล้วส่งนัดหมาย Follow-up ใน Google Calendar ให้ด้วย https://www.youtube.com/watch?v=Xy0r5fKwlVo&t=3s และข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน Google Workspace! เมื่อไม่นานมานี้ Google ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ที่ชื่อว่า “Workspace Studio” ซึ่งก็ได้นำเทคโนโลยี Agentic AI นี้มาให้ทุกคนได้ปรับใช้ เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกและไร้รอยต่อมากขึ้น โดยคุณสามารถกำหนด Action ต่าง ๆ ในแอปให้ทำงานอัตโนมัติได้แบบ All in One ไม่ต้องพึ่ง 3rd Party เลย ตัวอย่างการทำงานของ Workspace Studio เช่น  เมื่อได้รับอีเมลใหม่ → คัดแยกชื่อผู้ส่ง → ติด  Label อัตโนมัติ หรือ  เมื่อได้รับอีเมลใหม่ → วิเคราะห์ข้อมูลในอีเมลเพื่อจัดลำดับความสำคัญ → ติด...

Continue reading