เข้าถึงตลาดออนไลน์จีนด้วย China Digital Marketing Trends

 อย่างที่ทราบกันดีว่ารัฐบาลจีนบล็อกการใช้แพลตฟอร์ม Google หรือ Facebook ในประเทศจีน ไม่ให้ใช้ชาวจีนใช้แพลตฟอร์ม หรือเว็บไซร์ออนไลน์จากต่างประเทศ เเต่ให้ใช้เว็บที่ถูกทำขึ้นเเละควบคุมโดยคนจีนในประเทศจีนเท่านั้น เพราะทางภาครัฐสามารถควบคุมข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์เพื่อไม่ให้ข่าวสารที่สำคัญหรือเป็นความลับหลุดออกไปจากประเทศจีน เพื่อเป็นการทำให้เกิดความสงบสุขสบายใจของรัฐบาลให้อยู่ในกฎที่ตั้งเอาไว้ เเละไม่ผิดกฎหมายรัฐบาลของจีน  ก่อนจะเข้าเรื่องของChina digital marketing Trends จะของเกริ่นนำเกี่ยวกับพฤติกรรมของชาวจีนก่อนในเรื่องของวัฒนธรรมของจีนที่เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่มากจึงมีวัฒนธรรม เเละมีความคิดที่หลากหลายไม่เหมือนกันในเเต่ละภาค ซึ่งประเทศจีนมีประชากรกว่า1,400 ล้านคนจึงมีพฤติกรรมที่มีความซับซ้อนกว่าประเทศอื่นๆ เเละมีความเป็นตัวเองสูงมาตั้งเเต่สมัยอดีตกาล ดังนั้นการพัฒนาการใช้อินเทอร์เน็ตของจีนจึงไม่เหมือนประเทศอื่น ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไทย จะเริ่มจาก เดสก์ท็อป โน๊ตบุ๊ค แล้วค่อยมาเป็นสมาร์ทโฟน เเต่ที่ประเทศจีนนั้นสามารถก้าวกระโดดมาเป็นสมาร์ทโฟนได้เลย เนื่องจากจีนสามารถผลิตสมาร์ทโฟนได้ด้วยตัวเอง เเละส่วนมากไม่ว่าจะเป็นในหรือต่างประเทศทุกที่ก็จะติดต่องาน หรือธุรกิจต่างๆด้วยการขอ E-mail เเต่ที่เมืองจีนถ้าจะติดต่องานจะขอเป็นWeChat เเทน นี่ก็เป็นอีกพฤติกรรมที่ไม่เหมือนประเทศไหนๆเลย  ดังนั้นการทำ  Digital Marketing ของประเทศอื่นๆไม่สามารถนำมาใช้กับประเทศจีนได้เลย  ซึ่งเป็นที่มาของChina Digital Marketing Trends ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายว่าSocial Commerce คืออะไร Social Commerce คือการที่ลูกค้าหรือผู้บริโภคสามารถ ดูสินค้า สั่งสินค้า เเละจ่ายสินค้าได้ครบจบใน Social Mediaเลย ธุรกิจอีคอมเมิร์ซกับโซเชียลมีเดียนั้นถือเป็นเรื่องเดียวกันในประเทศจีน เเละมีความเเตกต่างกับต่างประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย ดังนั้นที่ประเทศจีนคำว่า “Social Commerce” จึงถือเป็นเทรนด์ที่ต้องจับตามองอย่างมาก ยกตัวอย่างว่าจีนเเตกต่างจากประเทศอื่นๆหรือเเม้เเต่ประเทศไทยยังไงบ้าง อย่างในประเทศไทยเวลาเราซื้อของในออนไลน์ เฟสบุค หรือ ไอจี ก็จะเเคบรูปสินค้าที่สนใจมาให้คนขายผ่านทางไลน์ พอเเม่ค้าบอกยอดเงิน หรือค้าต้องจดเลขบัญชีหรือจำเลขบัญชีเเละธนาคารเพื่อโอนผ่านทางโมบายแบงกิ้งต่างๆ เเต่สำหรับเมืองจีนโดยเฉพาะ WeChat ไม่ต้องเข้าออกเเอปให้ยุ่งยากสามารถ สามารถเลือกชื้อของกดสั่งสินค้าเเละจ่ายเงินผ่าน WeChat ได้เรยเรียกได้ว่าครบถ้วนจบในเเอปเดียวจริงๆ เพราะWeChat ไม่ได้ทำได้แค่แชทอย่างเดียว เเต่ยังเป็นโซเชียลมีเดีย และวีเเชทเพย์อีกด้วย  ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่องทางทำมาหากินของคนจีนได้อย่างดีเพราะเมื่อลูกค้าดูสินค้าเเล้วถูกใจอยากได้ก็สามารถสั่งซื้อ เเละชำระเงินได้ทันทีซึ่งสะดวก รวดเร็วทันใจกว่าในการที่ไม่ต้องนั่งกดเปลี่ยนเเอปไปมา หรือจำเลขบัญชี จำเงินที่ต้องโอน จำซื่อคนรับเงิน ยิ่งไปกว่านั้นไม่เปลืองเมมโมรี่มือถือในการโหลดเเอปเยอะๆอีกด้วย ในประเทศไทยการซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์ส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว เเละส่วนมากที่ใช้ช่องทางออนไลน์ยังเป็นคนกรุงเทพที่อยู่เมืองใหญ่ เเตกต่างกับคนจีนที่คนจีนส่วนมากทุกคนไม่ว่าจะวัยรุ่น เป็นผู้สูงอายุ หรือจะอยู่เมืองไหนก็ตามของจีนก็มีพฤติกรรมการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์มากกว่าออกมาชื้อเเบบออฟไลน์ชะอีก ปัจจุบัน WeChat มีผู้ใช้ในจีนกว่าเกือบ 1000ล้านคน จากประชาชนทั้งหมด 1,300 – 1,400 ล้านคน...

Continue reading

สำรวจกลยุทธ์ เพิ่มยอดเปิดอ่านอีเมลอย่างไร ให้สูงกว่าค่าเฉลี่ย Open Rate เดิม

Email Marketing เป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์สื่อสารกับลูกค้าเชิงลึกได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างก็ต้องเริ่มจากการให้ลูกค้ากดคลิกเปิดมันขึ้นมาก่อน อัตราการเปิดอ่าน หรือ Email Open Rate จึงเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการวัดผลประสิทธิภาพของอีเมลนั้นๆ ก่อนอื่น เรามาดูค่าเฉลี่ยการเปิดอีเมลโดยทั่วไปกัน จากรีเสิรช์ล่าสุด สามารถสรุปค่าเฉลี่ยการเปิดอีเมลจาก 3 เครื่องมือหลักไว้ได้ดังนี้ Constant Contact : 13.94% Mailchimp : 21.33% GetResponse : 22.15% ดังนั้น หาก Open Rate ของคุณอยู่ในตัวเลขเฉลี่ยระหว่าง 12% ถึง 25% แล้วล่ะก็ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แล้วเราจะเพิ่มค่าเฉลี่ยการเปิดอ่านนี้ได้อย่างไร? 1. Email list ให้เป็นปัจจุบัน Open rate, Conversion rate และ Click-through rate ล้วนขึ้นอยู่กับคุณภาพของลิสต์รายชื่ออีเมล การสร้างลิสต์อีเมลที่จะส่งไปจึงเป็นอะไรที่สำคัญและควรค่าแก่การให้ความใส่ใจอย่างมาก ถึงอย่างนั้นการสร้าง Email list ก็ไม่ได้วัดคุณภาพได้จากจำนวนเสมอไป สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องคำนึง คืออีเมลลิสต์ในนั้น ต้องการที่เห็นอีเมลของคุณจริงๆ หรือเปล่าต่างหาก คุณควรเลือกให้ดีว่าจะเพิ่มใครลงในลิสต์เหล่านั้นบ้าง การส่งคำยืนยันซ้ำสองครั้งให้แน่ใจว่าพวกเขาต้องการอีเมลจากคุณจริงๆ และช่วยลดความเสี่ยงที่เมลของคุณจะกลายเป็นสแปม ให้ความสนใจกับ Email bounce rate และลบรายชื่อที่ล้าสมัยออกไป ตรวจหารายชื่อที่มีปฏิสัมพันธ์กับอีเมลน้อย สอบถามว่าพวกเขายังต้องการรับอีเมลจากคุณอยู่หรือไม่ หากไม่ได้รับการตอบกลับ ก็ควรจะลบจากรายชื่ออีเมลออกไป การลบลิสต์อีเมลที่เพียรหามาอย่างหนักแน่นอนว่าอาจทำให้รู้สึกไม่ดีนัก แต่การเพียรสร้างลิสต์อีเมลให้เป็นปัจจุบัน จะทำให้คุณปรับปรุงกลยุทธ์และเลือกโฟกัสในอีเมลลิสต์ที่สำคัญกว่าได้ 2. ตั้งชื่อหัวข้อให้น่าสนใจ ชื่อหัวข้อเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ลูกค้าจะเลือกตัดสินใจว่าจะคลิกเปิดเข้าไปหรือไม่ ดังนั้นในการตั้งชื่อจะต้องคำนึงในมุมมองของลูกค้า อะไรคือสิ่งที่พวกเขาจะได้ หรือคุณต้องการให้พวกเขาทำอะไรกันแน่ ใช้ความคิดเหล่านี้เป็นตัวโฟกัสหลักในการตั้งชื่อหัวข้อเหล่านั้น การตั้งชื่อหัวข้อไม่ควรจะยาวเกินไป และมุ่งเน้นให้ตรงประเด็น จำนวนตัวอักษรไม่ควรมากเกิน 40 ตัว ยิ่งถ้าวิเคราะห์จากพฤติกรรมลูกค้าแล้วมีแนวโน้มที่จะเปิดผ่านโทรศัพท์มือถือที่มีการจำกัดการแสดงผลเป็นหลัก ก็ยิ่งควรตั้งให้รัดกุมเข้าไว้ อีกกฎข้อหนึ่งที่สำคัญ คือควรเลือกใช้คำที่หลีกเลี่ยงจะโดนเสี่ยงเข้าใจผิดว่าเป็นสแปม เพราะหากอีเมลของคุณส่งไปไม่ถึงกล่องข้อความเข้าล่ะก็ ลูกค้าก็ไม่สามารถเห็นได้เหมือนกัน 3. ใช้ประโยชน์จาก Preheader Text Preheader Text เป็นอีกข้อความที่ผู้รับของคุณจะเห็นก่อนตัดสินใจคลิก ดังนั้นการเลือกใช้คำส่วนนี้ให้ชาญฉลาดก็สำคัญอย่างมาก...

Continue reading