Search
Close this search box.
Search
Close this search box.

หมดปัญหาข้อมูลรกและลายตา! รวมฟีเจอร์ “ตาราง” ช่วยจัดการข้อมูลให้สวยงาม ครบถ้วนและง่ายกว่าที่เคย

วันนี้เรามีตัวช่วยดีๆสำหรับผู้ใช้งาน Google Sheets ที่จะช่วยจัดการโปรเจกต์และข้อมูลบน Spreadsheet ด้วยฟีเจอร์ตาราง “Convert to table” และ “Tables” ไปดูกันว่าฟีเจอร์ที่ว่านั้นมีความสามารถอะไรบ้าง ฟีเจอร์ Convert to Table หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่มักจะปวดหัวกับการจัดการข้อมูลซ้ำๆ หรือข้อมูลที่หลากหลาย ฟีเจอร์ Convert to table จะช่วยแก้ปัญหาข้อมูลที่ดูยากด้วยการนำช่วงข้อมูลที่คุณต้องการมาจัดเรียงให้เป็นรูปแบบตารางขึ้นมาใหม่ ให้คุณสามารถจัดการและเรียกดูข้อมูลที่ต้องการได้อย่างสะดวกขึ้น  วิธีเข้าใช้งานฟีเจอร์ Convert to table:  เปิดไฟล์ใน Google Sheets > เลือกช่วงข้อมูลที่ต้องการ (เลือกหรือไม่ก็ได้) > เลือก Format > Convert to table แนะนำฟีเจอร์ Convert to table ทำอะไรได้บ้าง? จัดรูปแบบให้เป็นตารางได้อัตโนมัติ เมื่อคุณใช้ฟีเจอร์ Convert to table Google Sheets จะแปลงรูปแบบข้อมูลเดิมให้เป็นตารางอัตโนมัติที่ให้คุณสามารถจัดการข้อมูลได้ในที่เดียว กำหนดประเภทของข้อมูล สามารถแก้ไขประเภทของข้อมูลแต่ละคอลัมน์ได้ว่าต้องการให้แสดงเป็น วันที่, สกุลเงิน, เมนูดรอปดาวน์ เป็นต้น หากข้อมูลในคอลัมน์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามที่กำหนดก็จะปรากฎแจ้งเตือนที่คอลัมน์นั้นๆ ตั้งค่าจัดการตาราง สามารถเลือกปรับการตั้งค่าของตารางได้ เช่น เปลี่ยนชื่อตาราง, ปรับช่วงตาราง, ปรับแต่งสีตาราง และอื่นๆ หรือหากต้องการปิดฟีเจอร์ Convert to table เพื่อต้องการกลับไปยังรูปแบบข้อมูลแบบเดิม ให้คลิกที่ “เปลี่ยนกลับเป็นข้อมูลที่ไม่ได้จัดรูปแบบ (Revert to unformatted data)” เปลี่ยนมุมมองตารางด้วยโหมด Views โหมดมุมมอง หรือ Views สามารถช่วยคุณจัดเรียงมุมมองตารางให้ใหม่ ว่าคุณต้องการดูข้อมูลอะไรเป็นพิเศษ บอกเลยว่าตัวช่วยนี้ช่วยได้มากสำหรับไฟล์ Spreadsheet ที่มีหัวคอลัมน์หลากหลายประเภท อย่างเช่น แผนงานโปรเจกต์หรืออีเวนต์ต่างๆ เป็นต้น ฟีเจอร์ Tables หากคุณกำลังจะขึ้นโปรเจกต์ใหม่ เราแนะนำให้ลองใช้ฟีเจอร์ Tables ดู เพราะฟีเจอร์นี้เป็นการแนะนำเทมเพลตของโปรเจกต์ต่างๆมากมาย...

Continue reading

อยากเปลี่ยนองค์กรของคุณให้เป็น Smart Business ต้อง Google Workspace ง่ายและรวดเร็วที่สุด !

Smart Business หรือการเป็นธุรกิจที่ฉลาดนั้นดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครได้ให้ความหมายอย่างชัดเจนไว้นัก ดังนั้น Demeter ICT จะพาคุณมาทำความรู้จักคำนี้กันก่อน “Smart Business คือ ธุรกิจที่รู้จักใช้เครื่องมือและทรัพยากรต่าง ๆ ให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจของตน ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้ดีขึ้น การใช้เครื่องมือที่มีอยู่ให้ตอบโจทย์และครอบคลุมการใช้งานมากที่สุดเพื่อบรรลุเป้าหมายให้ธุรกิจประสบความสำเร็จตามที่ตั้งไว้” แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจของคุณเป็น Smart Business แล้วหรือยัง ? ตรวจสอบได้เบื้องต้น ดังนี้ องค์กรของคุณมีการทำ Digital Transformation แล้วหรือไม่ ? องค์กรของคุณรู้วิธีจัดการ Big Data หรือไม่และใช้ข้อมูลนั้นอย่างไรเพื่อสร้างประโยชน์แก่ธุรกิจ ? องค์กรของคุณได้ใช้ความสามารถของโซลูชันปัจจุบันอย่างเต็มที่หรือไม่ ? องค์กรของคุณรู้วิธีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ? องค์กรของคุณมีแผนการรับมือเมื่อความต้องการของตลาดเปลี่ยนไปใช่หรือไม่ ? จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า Smart Business ไม่ได้เป็นกันง่าย ๆ เลย ต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการทำงาน ต้องมีเครื่องมือที่เหมาะสม และต้องมีบุคลากรที่พร้อมใช้ กว่าจะทำได้ครบทั้งหมดนี้ก็อาจจะใช้เวลานานเป็นปี ซึ่งอาจทำให้การทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ Smart Business นั้นดูเป็นไปได้ยาก  แต่หากคุณรู้จัก Google Workspace คุณจะเปลี่ยนความคิดและมีกำลังใจในการทรานส์ฟอร์มองค์กรทันที เพราะ Google Workspace มีเครื่องมือที่ทันสมัย ใช้งานง่าย อีกทั้งยังมีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ ออกมาให้เข้ากับการใช้งานตามยุคสมัยต่าง ๆ และที่สำคัญที่สุด Google Workspace สามารถทรานส์ฟอร์มธุรกิจได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่สัปดาห์ ทำให้ Google Workspace เป็นแพลตฟอร์มเพื่อองค์กรยุคใหม่ที่ได้รับการบอกต่อมากที่สุดในขณะนี้ อยากเปลี่ยนองค์กรให้เป็น Smart Business ต้องทำอะไรบ้าง ? สร้างรากฐานในองค์กรให้แข็งแกร่ง มีเครื่องมือที่ช่วยตอบโจทย์การทำงานร่วมกันในองค์กร สนับสนุนการทำงานแบบชาญฉลาดด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม เพิ่มความคล่องตัวให้กับธุรกิจ Google Workspace ช่วยให้องค์กรเป็น Smart Business ได้อย่างไรกันนะ ? 1. สร้างรากฐานในองค์กรให้แข็งแกร่ง Google Workspace มีอีเมลชื่อโดเมนเนมขององค์กร เพื่อให้ผู้รับสามารถมั่นใจได้ว่าอีเมลที่ถูกส่งมามีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ และปลอดภัยในการติดต่อ Google Workspace...

Continue reading

วิธีการเขียนคำสั่ง ‘Prompt’ สำหรับผู้ใช้ Gemini for Google Workspace 

จากที่ Google ได้ประกาศเปิดตัว Gemini Generative AI รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2024 ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจ Gemini เป็นอย่างมาก เพราะ Gemini มีจุดเด่นที่เหนือกว่า Generative AI ทั่วไป เช่น  ความง่ายในการใช้งาน: Gemini ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้ใช้งานทุกระดับ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคนิค ความสร้างสรรค์: Gemini ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้หลากหลายรูปแบบ เช่น เขียนเนื้อหา แปลภาษา แต่งเพลง เขียนโค้ด และอื่น ๆ  การยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน: Gemini ช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้ผู้ใช้บริการได้ใช้ Gemini ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด Demeter ICT จึงได้นำบทความจาก Google มาแชร์ให้กับทุกท่านได้ศึกษาวิธีการเขียน Prompt หรือการเขียนคำสั่งใน Gemini อย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำมากที่สุด ไปดูกันเลย!  Prompt ใน Gemini คืออะไร? Prompt เปรียบเสมือนบทสนทนาที่คุณจะต้องใช้สื่อสารกับ Gemini อาจมีการตั้งคำถามและตอบโต้เหมือนบทสนทนาทั่วไป บอกสิ่งที่คุณต้องการ และแสดงความคิดเห็น เพื่อแชร์ความคิดให้ทั้งสองฝ่ายเห็นภาพตรงกันนั่นเอง ฉะนั้นหากคุณอยากที่จะสื่อสารเพื่อให้ Gemini สามารถทำตามคำสั่งของคุณได้อย่างถูกต้อง คุณจะต้องมีอย่างน้อย 1 ใน 4 ขององค์ประกอบนี้ 1. บุคคล (Persona) — คุณคือใคร/คุณต้องการสร้างข้อมูลนี้สำหรับใคร?2. งาน (Task) — คุณต้องการให้ Gemini ทำอะไรให้คุณ?3. บริบท (Context) — ข้อมูลเพิ่มเติมที่จะช่วยให้ Gemini สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้แบบเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น4. รูปแบบ (Format) — คุณต้องการให้ Gemini จัดรูปแบบผลลัพธ์อย่างไร? (เช่น รูปแบบ Bullet point ข้อความสั้น หรือเป็นรูปภาพ เป็นต้น) วิธีการเขียนและตัวอย่างการเขียน...

Continue reading

ทรานส์ฟอร์มธุรกิจทั้งที เอาให้ดีไปเลย ด้วย 5 แอปพลิเคชันนี้

ถึงเวลาเปลี่ยนระบบ รื้อใหม่ ยุติปัญหาสะสม การทรานส์ฟอร์มธุรกิจใครว่าไม่สำคัญ ได้โปรดหยุดฟัง Demeter ICT ก่อน เพราะการทรานส์ฟอร์มจะทำให้คุณได้รับประโยชน์ ดังนี้ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: ลดงาน Manual และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ ลดต้นทุนและเพิ่มกำไร: จัดสรรทรัพยากรได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ: พัฒนากลยุทธ์ใหม่ ๆ และเข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็วมากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน: ธุรกิจน่าสนใจ ปรับตัวต่อยุคสมัยและการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว พัฒนาองค์กรให้คนเก่งอยากร่วมงานด้วย: พนักงานมีทักษะใหม่ ๆ ในการพัฒนาองค์กร ตัวอย่างการทำทรานส์ฟอร์มธุรกิจ (Business Transformation) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจ การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน พัฒนาระบบการจัดการข้อมูล พัฒนาสินค้าและบริการใหม่ ๆ พัฒนาทักษะพนักงาน ปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่ ด้วยผลประโยชน์อันแสนหวานหอมที่ได้กล่าวไปข้างต้น มีธุรกิจไหนบ้างที่ไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้?! แต่อย่างไรก็ตามการทรานส์ฟอร์มไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ย่อมสร้างความกังวลใจให้กับเหล่าผู้บริหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นแล้ว Demeter ICT จึงได้คัด 5 แอปพลิเคชันจาก Google Workspace ที่จะเข้ามาช่วยทรานส์ฟอร์มธุรกิจให้สามารถดำเนินการได้ง่ายมากที่สุดและสะดวกมากที่สุด ไม่ต้องติดตั้งระบบใด ๆ และไม่กระทบกระบวนการทำงานเดิมอย่างแน่นอน มาเริ่มก้าวแรกไปพร้อม ๆ กันเลย ! ทรานส์ฟอร์มธุรกิจให้ดีเลิศ ต้อง 5 แอปพลิเคชันนี้ 1. Google Docs คุณยังมีการจัดทำเอกสารแบบรูปด้านบนอยู่หรือเปล่า? การจัดทำเอกสาร พิมพ์ออกมา แล้วจัดเก็บไว้ในแฟ้ม ถือว่าเป็นวิถีการทำงานที่ปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน ถึงแม้ว่า Demeter ICT จะมีการสนับสนุนเรื่องการทำทรานส์ฟอร์มจากการทำเอกสารบนกระดาษสู่ดิจิทัลกันอยู่บ่อยครั้ง เราก็ยังจะสู้ต่อไปเพื่อธุรกิจของคุณ ซึ่งการเปลี่ยนเอกสารบางส่วนให้มาอยู่ในรูปแบบดิจิทัล ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี เหมาะสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นการทรานส์ฟอร์มเป็นอย่างมาก วิธีการใช้งาน Docs ก็เหมือนกับการจัดทำเอกสารตามปกติเลย แต่คุณจะได้ฟังก์ชันการใช้งานที่มากกว่านั่นเอง ประโยชน์จากการทรานส์ฟอร์มสู่การทำงานบน Google Docs บอกลาเอกสารกระดาษยุ่งเหยิง จัดการเอกสารออนไลน์ได้สะดวกสบายจากทุกที่ทั่วโลก ! แก้ไขเอกสารได้ทุกวินาที แชร์ไฟล์ได้ง่าย ทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ ค้นหาเอกสารได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย หายห่วง ไม่ต้องคอยกดเซฟ เมื่อเกินเหตุไม่คาดฝัน เช่น ไฟดับ คอมดับ เน็ตหลุด ไม่ต้องกลัวว่างานที่ทำจะหาย...

Continue reading

ศึก AI ปะทะ AI! เปรียบเทียบ Gemini for Google Workspace กับ Copilot for Microsoft 365 AI ไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณ

เมื่อยุค AI เป็นเหตุทำให้สองบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google และ Microsoft ต้องลุกขึ้นสู้ปะทะกันอย่างดุเดือด ท่ามกลางศึกนี้ผู้คนมากมายต่างจับตามองและให้ความสนใจในการนำเครื่องมือเทคโนโลยี AI อย่าง Gemini และ Copilot มาปรับใช้กับธุรกิจกันอย่างล้นหลาม Demeter ICT ในฐานะ Google Workspace อันดับ 1 ของไทย ผู้ให้คำปรึกษาด้านโซลูชันเทคโนโลยีเพื่อธุรกิจจึงจะขอพาคุณมาทำความรู้จักและเปรียบเทียบความเหมาะสมในการใช้งานแพลตฟอร์ม ราคาและความคุ้มค่า ฟีเจอร์ รวมถึงเวอร์ชันทดลองใช้งานฟรีด้วย ซึ่งหากคุณมีความต้องการเปลี่ยนแพลตฟอร์มการใช้งานหรือยังไม่มีบัญชีธุรกิจของ Google Workspace หรือ Microsoft 365 เราเชื่อว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น  เปรียบเทียบ Gemini for Google Workspace กับ Copilot for Microsoft 365 1. Gemini vs Copilot เหมาะกับใคร? เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม Gemini เหมาะสำหรับผู้ที่มีบัญชีธุรกิจ Google Workspace ในทุกแพ็กเกจ เลือกดูแพ็กเกจและราคาได้ที่นี่ Copilot เหมาะสำหรับผู้ที่มีบัญชีธุรกิจ Microsoft 365 ในแพ็กเกจที่กำหนด 2. ราคา Gemini vs Copilot เลือกความคุ้มค่า Gemini แพ็กเกจ AI Add-on สำหรับธุรกิจ เริ่มต้นที่ $20/ผู้ใช้/เดือน (สัญญารายปี) ได้รับ AI ในทุกแอปพลิเคชันหลักสำหรับการทำงานร่วมกันในองค์กร ได้แก่ Gmail, Docs, Slides, Sheets, และ Meet Copilot แพ็กเกจ AI Add-on สำหรับธุรกิจ ราคา $30/ผู้ใช้/เดือน (สัญญารายปี) ได้รับ AI ในทุกแอปพลิเคชันหลักสำหรับการทำงานร่วมกันในองค์กร ได้แก่ Outlook, Word, Excel,...

Continue reading

6 ข้อผิดพลาดอันตราย เสี่ยงตกเป็นเหยื่อภัยไซเบอร์

อย่างที่ทราบกันดีว่าการโจรกรรมทางโซเชียลเป็นหนึ่งในอาชญากรรมที่สร้างความเสียหายทั้งข้อมูลและทรัพย์สินได้อย่างมหาศาล เพราะไม่ว่าจะมีการรายงานข่าวถึงการเสียหายมาแล้วกี่ครั้ง ก็ยังมีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อเกิดขึ้นได้ในทุกวัน… ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันเราใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับ-ส่งอีเมลหรือเข้าถึงโซเชียลมีเดีย ทุกการเข้าถึง การล็อกอิน การคลิก การแชร์ นั้นก่อให้เกิดการสร้าง Digital footprint หรือร่องรอยของข้อมูลขึ้นมา สิ่งนี้เองอาจทำให้มิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีสามารถนำข้อมูลของเราไปใช้งานในทางที่ผิดได้  บทความนี้ Demeter ICT ได้นำ 6 ข้อผิดพลาดและวิธีการป้องกันความเสี่ยงในการโจรกรรมข้อมูลบนแพลตฟอร์มออนไลน์ อ้างอิงจากบทความของ Google มาฝาก ให้ผู้ใช้งานบัญชี Gmail และ Google Workspace ได้ลองสำรวจดูว่า เรามองข้ามหรือขาดการป้องกันในด้านใดบ้าง  ข้อผิดพลาดที่ 1: ใช้รหัสผ่านเดียวกันทุกการล็อกอิน ดังที่คุณ Sriram Karra, senior product manager of sign-in security จาก Google ได้กล่าวไว้ว่า หนึ่งในความเสี่ยงที่หลายคนคิดไม่ถึงและเป็นสิ่งที่ทำผิดพลาดกันมากที่สุด นั่นก็คือการตั้งรหัสผ่านชุดเดียวกันสำหรับการล็อกอินเข้าทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ เพราะอาศัยแต่ความสะดวกและง่ายต่อการจดจำ แต่หารู้ไม่ว่าความผิดพลาดนี้เป็นของหวานชั้นดีสำหรับผู้ไม่หวังดีเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น หากคุณใช้รหัสเข้า Gmail เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มอื่น และเมื่อแพลตฟอร์มนั้นเกิดรอยรั่ว บัญชี Google ของคุณก็จะตกอยู่ในอันตรายเช่นเดียวกัน ซึ่งหมายความว่าถ้าใครบางคนเข้าถึง Gmail ของคุณได้ พวกเขาก็สามารถยึดบัญชีอื่นๆ ของคุณได้อย่างง่ายดายนั่นเอง วิธีที่ควรทำ ไม่ควรตั้งค่ารหัสผ่านเหมือนกันในทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ ควรตั้งค่าตัวอักษรที่คาดเดาได้ยาก เพิ่ม Passkeys ลงในบัญชี Google ของคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ได้ด้วยลายนิ้วมือ การสแกนใบหน้า หรือการปลดล็อกหน้าจอของอุปกรณ์แทนการใช้รหัสผ่าน เปิดใช้งานตัวจัดการรหัสผ่าน (Password manager) ที่ช่วยให้คุณใช้รหัสผ่านที่รัดกุมและไม่ซ้ำกันในทุกบัญชีออนไลน์ทั้งหมดได้โดยไม่ยุ่งยาก วิธีใช้งานตัวจัดการรหัสผ่าน (Password manager) ข้อผิดพลาดที่ 2: ละเลยการอัปเดตซอฟต์แวร์ หลายคนมักให้การเพิกเฉยต่อการอัปเดตซอฟต์แวร์ เพราะคิดว่าไม่จำเป็นหรือเวอร์ชันเดิมที่ใช้ก็ดีอยู่แล้ว แต่คุณ Christiaan Brand, group product manager of identity จาก Google แนะนำว่าไม่ควรทำเช่นนั้น เพราะการอนุญาตให้มีการอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นประจำนั้นถือเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อเพิ่มความปลอดภัยที่สำคัญและเป็นอันดับสองรองลงมาจากการใช้ตัวจัดการรหัสผ่าน...

Continue reading

มาสร้างอีเมลเสริม Branding องค์กรให้ดูดีกว่าเดิม ด้วยเทมเพลตอีเมลสำเร็จรูป

ในยุคดิจิทัล อีเมลกลายเป็นหนึ่งในช่องทางการสื่อสารที่สำคัญสำหรับทั้งการติดต่อสื่อสารส่วนตัวและธุรกิจ แน่นอนว่าหน้าตาภาพลักษณ์อีเมลที่ดูดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง โดยเฉพาะอีเมลที่ส่งในนามขององค์กร ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในมุมของ Branding ได้ดีเลยทีเดียว รู้หรือไม่? ผู้ใช้งาน Google Workspace สามารถเปลี่ยนอีเมลธรรมดาๆของคุณให้ดูเจ๋งขึ้นกว่าเดิมได้! สำหรับใครที่ใช้งาน Gmail อยู่เป็นประจำ อาจสังเกตว่ามีฟีเจอร์ Layout Email มาสักพักนึงแล้ว จะบอกว่าฟีเจอร์นี้ สามารถช่วยให้การเขียนอีเมลของคุณดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นจริงๆ เมื่อปี 2022 Google ได้พัฒนาฟีเจอร์ Layout Email ซึ่งเป็นเทมเพลตอีเมลสำเร็จรูปขึ้นมา เพื่อช่วยให้การเขียนอีเมลดูสวยงามและดูดียิ่งขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกรูปแบบแล้วนำมาปรับแต่งสี โลโก้ รูปภาพ และอื่นๆได้ตามต้องการ ที่ผ่านมาฟีเจอร์ Layout Email ก็ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด Google ได้เพิ่มความสามารถของฟีเจอร์ไปอีกขั้น ด้วยการปลดล็อคการใช้งานฟีเจอร์ได้เต็มศักยภาพมากขึ้น นั่นก็คือ หน้าตาโปรแกรม Layout Email รูปแบบใหม่: คุณสามารถเลือกใช้งานเทมเพลตที่มีให้ หรือจะสร้างเทมเพลตขึ้นมาใหม่ก็ได้เช่นกัน โดยสามารถปรับแต่งได้อิสระมากยิ่งขึ้นบนหน้าต่างโปรแกรมที่แยกออกมา ซึ่งต่างจากแบบเดิมที่ให้คุณปรับได้แค่ฟังก์ชันที่จำกัดบนหน้าต่างร่างอีเมล (New message) เท่านั้น เข้าถึงเทมเพลตได้จาก Gmail และ Google Drive: ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงโปรแกรมแก้ไข Layout Email หรือเรียกดูเทมเพลต ได้จากหน้าต่างร่างอีเมลใน Gmail หรือจาก Google Drive ก็ได้เช่นกัน การแชร์และทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น: ผู้ใช้สามารถแชร์ไฟล์เทมเพลตร่วมกับผู้อื่นและทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ วิธีการใช้งานฟีเจอร์ Layout Email เทมเพลตอีเมลสำเร็จรูป วิธีเลือกใช้งานจากเทมเพลตที่มีให้ ไปที่ Gmail  คลิก Compose เพื่อเริ่มร่างอีเมล  ที่แถบล่างของหน้าต่าง Compose ให้กดที่ไอคอน Select a layout  ที่ด้านบนของหน้าต่างโปรแกรม ให้เลือกแถบ Default Layouts  เลือกเทมเพลตที่ต้องการ แล้วคลิก Edit layout เพื่อทำการปรับแต่งข้อความ รูปภาพ และการตกแต่งอื่นๆ เมื่อตกแต่งเสร็จแล้ว คลิก...

Continue reading

ทำความรู้จัก Gemini (Google’s Generative AI) AI ที่เป็นทุกอย่างให้คุณแล้ว!

เมื่อไม่นานมานี้ Google ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อ Google’s Generative AI จาก Bard และ Duet AI สู่ Gemini อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้เข้าถึง AI Model จาก Google ได้เต็มรูปแบบ ซึ่งสิ่งที่ Demeter ICT จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักในวันนี้ คือ Gemini for Google Workspace (เดิมชื่อ Duet AI) Google ไม่ได้เพียงแต่เปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังเพิ่มฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ ปรับราคาใหม่ให้เข้าถึงได้ พร้อมเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลให้มากกว่าเดิม เรียกได้ว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Google’s AI เพื่อสนับสนุนธุรกิจให้ก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีและ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด Gemini For Google Workspace คืออะไร? Gemini คือ AI-Powered assistant ซึ่งเป็น AI-Add on ของ Google Workspace ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยให้การทำงานบน Google Workspace มีความรวดเร็วและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น หากใครที่อยากจะใช้งาน Gemini แต่ยังไม่มีบัญชี Google Workspace ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะเพียงท่านสมัคร Google Workspace 1 บัญชี ท่านก็สามารถใช้งาน Gemini ได้เลยทันที (ดูแพ็กเกจและราคา Gemini) Gemini ทำอะไรได้บ้าง? Google มาพร้อมกับคอนเซปต์การทำงานใหม่ ซึ่ง Gemini จะเปรียบเสมือนผู้ช่วยของท่านได้ดังนี้ Gemini คือ นักวิเคราะห์ (Research Analyst)ท่านสามารถให้ Gemini ช่วยค้นหาเทรนด์ต่าง ๆ วิเคราะห์ข้อมูล เชื่อมโยงข้อมูล...

Continue reading

2 วิธีแชร์ไฟล์ให้ผู้เข้าร่วมการประชุมใน Google Calendar

อยากแชร์ไฟล์ไปยังผู้เข้าร่วมการประชุมใน Google Calendar ทำอย่างไรได้บ้างนะ? แน่นอนว่าวิธีที่หลายคนใช้อยู่ก็คือแนบไฟล์ไนตารางนัดหมายการประชุมใน Google Calendar แต่ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่ Google เพิ่งได้ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ นั่นก็คือผู้ใช้งานสามารถแชร์ไฟล์จาก Google Drive ไปยังผู้เข้าร่วมการประชุมใน Google Calendar ได้โดยตรง สำหรับใครที่ยังไม่เคยใช้วิธีแชร์ไฟล์ไปยังการประชุมใน Google Calendar บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ เพราะสามารถช่วยให้การประชุมง่ายขึ้น ดังนี้ ช่วยให้แชร์ไฟล์กับผู้เข้าร่วมการประชุมได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้เข้าร่วมการประชุมสามารถทำความเข้าใจเนื้อหาในการประชุมล่วงหน้าได้ ช่วยให้ผู้เข้าร่วมการประชุมสามารถทำงานร่วมกันในเอกสารเดียวหรือไฟล์ที่เกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกแชร์ไฟล์ได้ทั้งหมด 2 วิธี ได้แก่ วิธีที่ 1 แนบไฟล์พร้อมกับตารางนัดหมายการประชุมใน Google Calendar ไปที่ Google Calendar เพื่อสร้างตารางนัดหมายการประชุม ที่กล่อง Add description ให้คลิกที่ไอคอน Add attachment  เลือกไฟล์ที่ต้องการ กด Save  จากนั้นจะมีหน้าต่างถามถึงการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงไฟล์ของผู้ที่ได้รับการแชร์ไฟล์ ให้เลือกสิทธิ์ที่ต้องการ คลิก Save event เพื่อบันทึกตารางการประชุม วิธีที่2 แชร์ไฟล์จาก Google Drive ไปยังผู้เข้าร่วมการประชุมโดยตรง ไปยังไฟล์ที่ต้องการแชร์ที่ Google Drive พิมพ์ชื่อการประชุมที่ต้องการในช่อง Add people and groups ตรวจสอบจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมที่ต้องได้รับไฟล์ว่าครบหรือไม่ ถ้าไม่ครบให้ไปเพิ่มผู้เข้าร่วมไปยังการประชุมได้ที่ Google Calendar กำหนดสิทธิ์ที่เข้าถึงของผู้เข้าร่วมการประชุม และหากต้องการนำไฟล์นั้นแนบไปยังตารางการประชุมด้วย ให้เลือก “Attach to calendar event” คลิก Send เพื่อแชร์ไฟล์ หมายเหตุ: ผู้ที่สามารถแชร์ไฟล์ด้วยวิธีนี้ได้ ต้องเป็นเจ้าของไฟล์หรือมีสิทธิ์ในการแก้ไข (Editor) รวมทั้งต้องเป็นผู้เข้าร่วมการประชุมด้วยเท่านั้น...