ทำธุรกิจให้ปังด้วยการใช้ KOL

Key Opinion leader หรือ KOL คืออะไร? การทำ Key Opinion Leader(KOL) หรือKOL Influencer สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ดีกว่าการโฆษณาแบบอื่นๆไม่ว่าจะเป็นทางทีวี วิทยุ หรือในเว็บไซต์ซึ่งคนส่วนใหญ่เริ่มไม่เชื่อกับโฆษณาเเบบมีสคริปอีกเเล้ว ดังนั้นจึงให้ KOL influencerหรือ บุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อผู้อื่นมานำเสนอให้ข้อมูลสินค้า เพื่อเป็นการโน้มน้าวใจผู้บริโภคได้ดีกว่าสื่ออื่นๆ การให้ KOLมารีวิวทำให้ผู้บริโภครู้สึกเชื่อใจมากกว่าพราะว่าเป็นบุคคลสาธารณะที่คนรู้จักในวงกว้าง  ดังนั้นการทำ KOL หรือ Opinion leader คือทำให้เเบรนด์ให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างการทำKOL Marketingไปจีนคือการให้ Bloggerคนดังในจีนมารีวิวสินคาต่างๆให้ ไม่ว่าจะเป็นรีวิวโรงเเรม ร้านอาหาร สปา  เพื่อให้ผู้บริโภครู้จักเเละสนใจสินค้าของแบรนด์นั้นๆ ผู้ติดตามKOLส่วนใหญ่มักเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน และมักคล้อยตามเนื้อหาหรือสิ่งที่ KOL Influencer พูดโน้มน้าว เพราะรู้สึกถึงความใกล้ชิดและจริงใจกว่าสื่อโฆษณา   อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ เมื่อสงสัย หรือสนใจอะไรก็ใช้ไป่ตู้ (เรียกได้ว่าเป็นกูเกิ้ลที่จีน)เพราะที่จีนไม่สามารถใช้googleได้ จึงใช้ไป่ตู้ในการหาข้อมูลต่างๆนอกจากนี้ก็ต้องให้ความสำคัญกับการเลือก KOL ด้วย เพราะว่าไม่ใช่เเค่ดูยอดฟอลโล่เเล้ว influencer คนนั้นจะสามารถโปรโมทเเละเพิ่มยอดขายได้ เเต่ต้องดูด้วยว่าผู้ที่ติดตามKOL Influencer คนนั้นใช่กลุ่มเป้าหมายของเราหรือไม่? ภาพลักษณ์และคอนเทนต์ของ KOL ของคนๆนั้นตรงกับการนำเสนอหรือไม่? จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะเลือก KOL Influencer  สักคน  เพราะKOL แต่ละคนต่างก็มีสไตล์เฉพาะเป็นของตัวเอง  ข้อดีของการทำ Key Opinion leader หรือ KOL Influencer  1. สื่อสารได้ตรงกลุ่ม :  คือการเลือก KOL ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์ของแบรนด์  เช่น ร้านอาหาร ก็ต้องเลือก Blogger หรือ KOL Influencer ที่ชอบไปกินเเละรีวิวร้านอาหารต่างๆ ซึ่งคนที่ Follow ก็ย่อมเป็นคนที่สนใจในการกินอาหาร คนที่ชอบหาของอร่อย  2. วัดและประเมินผลได้ :  คือสามารถดูกระแสตอบรับได้จากยอดการเข้าถึง เเละยอดผู้เข้าชมได้ซึ่งสามารถตรวจสอบและวัดผลลัพธ์ยอดการกดไลค์ กดแชร์ หรือ การคอมเมนต์   3. มีความใกล้ชิดและน่าเชื่อถือ : ผู้บริโภครู้สึกเข้าถึงได้ง่าย เพราะเป็นคนที่มีชื่อเสียง  4....

Continue reading

10 การทำงานร่วมกันด้วย G Suite ที่ทำได้แม้อยู่ที่บ้าน (ตอนที่1)

ในช่วงที่ประสบปัญหาวิกฤติ COVID-19 อยู่ในตอนนี้ หลายบริษัทต้องปรับตัวและประกาศใช้นโยบาย Work from home อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเราก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะต้องอยู่ในสถานการณ์นี้ไปอีกนานเท่าไหร่ วันนี้เรามีไอเดียในการทำงานร่วมกัน 10 อย่าง ที่สามารถทำได้แม้อยู่ที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทางเข้าออฟฟิศเลย ช่วยให้คุณสามารถทำงานร่วมกันกับเพื่อนร่วมงานได้อย่างราบรื่นแม้อยู่กันคนละที่ อ่านบทความเพิ่มเติม: G Suite คืออะไร? ทำอะไรได้บ้าง?อ่านบทความเพิ่มเติม: 6 เคล็ดลับจาก Google | Work from home อย่างไรให้เวิร์ค 1. การประชุมทางวิดีโอกับเพื่อนร่วมทีม เมื่อเพื่อนในทีมแต่ละคนต้องทำงานจากที่บ้าน ต่างคนก็อยู่คนละสถานที่ Hangouts Meet จะช่วยให้ทุกคนในทีมสามารถติดต่อกันได้ทุกที่ ทุกเวลา ได้จากทุกแพล็ตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นแล็บท็อป หรือโทรศัพท์มือถือ สามารถใช้ Hangouts Meet ในการประชุม วางแผนโปรเจ็คต์ จัดกิจกรรมเสมือนจริง และอื่นๆ ได้อีกมากมาย ข้อดีคือทุกคนสามารถสื่อสารกันแบบเห็นหน้ากัน (Face-to-face) ได้แม้ขณะอยู่ที่บ้าน 2. การนำเสนองานออนไลน์ เมื่อเราไม่สามารถเดินทางไปพบเพื่อนร่วมทีมได้แบบตัวต่อตัว ลองใช้ Hangouts Meet ในการนำเสนองานผ่านเครื่องมือต่างๆ อย่าง Google Slides, Google Docs หรือไฟล์อื่นๆ สามารถบันทึกวิดีโอการประชุม เพื่อดูย้อนหลังได้อีกด้วย โดยไฟล์จะถูกเก็บไว้ใน Google Drive อัตโนมัติ นอกจากนี้ยังสามารถเปิดใช้ฟังก์ชันคำบรรยายใต้ภาพ (Caption) ในกรณีที่ไม่ต้องการเปิดเสียงวิดีโอ หรือได้ยินเสียงไม่ชัด (ปัจจุบันโหมดคำบรรยายใต้ภาพรองรับเฉพาะภาษาอังกฤษ) 3. การแก้ไขไฟล์เอกสารร่วมกันแบบเรียลไทม์ คุณสามารถทำงานร่วมกันกับเพื่อนในทีม และแก้ไขข้อมูลบนไฟล์เดียวกันแบบเรียลไทม์ด้วย Docs, Sheets, Slides และอื่นๆ โดยไม่จำเป็นต้องส่งไฟล์ผ่านอีเมลไปมาให้สับสนวุ่นวาย นอกจากนี้ทุกการเปลี่ยนแปลงบนไฟล์เอกสารจะถูกบันทึกโดยอัตโนมัติ ดังนั้นสมาชิกในทีมจึงสามารถเข้าถึงไฟล์ที่เป็นข้อมูลล่าสุดสุดเสมอ 4. การเก็บ / แชร์ / และเข้าถึงข้อมูลไฟล์ต่างๆ ภายในทีมได้จากทุกที่ เก็บไฟล์ต่างๆ ของทุกคนในทีมไว้ใน Google Drive หรือ Shared Drive แล้วกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์ของแต่ละคน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง Drive...

Continue reading