How to manage task effectively

3 วิธีแก้ปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน ประหยัดเวลากว่าเดิมถึง 2 เท่า

เคยเจอกันไหมปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน ต้องส่งไฟล์กันไปมา ดาวน์โหลดลงเครื่อง ทำงานต่อ แล้วส่งกลับ บางทีก็ทำผิดบ้าง ทำให้ต้องทำใหม่… ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไป เพียงแค่คุณมีเจ้าตัวซอฟต์แวร์ตัวนี้ ที่สามารถช่วยให้คุณทำงานได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อน มิหนำซ้ำยังใช้งานได้ง่ายมาก ๆ อีกด้วย เจ้าซอฟต์แวร์ที่ว่านี้ก็คือ Google Workspace ซอฟต์แวร์สำหรับการทำงานบนโลกอินเทอร์เน็ตจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายสำหรับผู้ใช้งานทั่วโลก ซึ่ง Google Workspace นี้หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่คุ้นชื่อกันอยู่บ้าง ส่วนใหญ่จะเคยได้ยิน Google Docs, Google Sheets, Google Slides, และ Google Forms ซะมากกว่า ซึ่งทั้งสี่แอปนี้ จริง ๆ แล้วก็เป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันของ Google Workspace นั่นเอง เอาละ! คุณคงจะรู้จักซอฟต์แวร์นี้คร่าว ๆ แล้ว มาดูกันว่า Google Workspace จะช่วยให้คุณลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนได้อย่างไรบ้าง 3 วิธีแก้ไขปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน 1. ทำงานร่วมกันในไฟล์เดียว แชร์ถึงกันได้แบบ Real Time คุณสามารถแชร์ไฟล์งานให้กับทีมของคุณให้เข้ามาทำงานร่วมกันหรือพร้อมกันได้เลย โดยเข้าไปที่แอปพลิเคชันนั้น ๆ กดปุ่มแชร์ที่ด้านบนขวาแล้วใส่ชื่อ @ ของสมาชิกในทีมของคุณ จากนั้นไฟล์ก็จะถูกแชร์ไปยังบัญชีต่าง ๆ แล้ว หรืออีกวิธีหนึ่งคือการคัดลอก Link จากปุ่มแชร์แล้วส่งให้ทีมได้เลย เพียงเท่านี้ทุกคนในทีมก็สามารถทำงานในไฟล์เดียวกันได้ ปรึกษากันตอนทำงานก็ได้ ไม่ต้องทำคนละไฟล์ ดาวน์โหลด บันทึกแล้วส่งให้กันเหมือนที่เคยทำ ลดขั้นตอนการทำงานไปเยอะ 2. มอบหมายงานผ่าน @ ในไฟล์ หลังจากที่คุณทราบวิธีการแชร์ไฟล์แล้ว ทีนี้หากคุณต้องการจะมอบหมายงานงานหนึ่งให้กับคนในทีม คุณสามารถพิมพ์ @ ชื่อบัญชีของคนนั้นได้เลย เมื่อทีมของคุณเข้ามา เขาก็จะทราบได้ทันทีเลยว่าคุณต้องการให้เขาทำอะไร ตรงไหนบ้าง หรือแม้กระทั่ง @ ประชุม อีเว้นท์หรือไฟล์งานต่าง ๆ คุณก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งวิธีนี้เหมาะสำหรับไฟล์ที่มีข้อมูลเยอะและมีลูกทีมหลายคน เพราะวิธีนี้จะช่วยให้ทีมของคุณไม่ต้องพิมพ์สิ่งเดิมซ้ำ ๆ ไม่ต้องคอยถามย้ำ...

Continue reading

เลือกไม่ถูกจะแนวตั้งหรือแนวนอน ก็ใช้ทั้ง 2 แบบเลยสิ! กับ Google Docs

เลือกไม่ถูกจะแนวตั้งหรือแนวนอน ก็ใช้ทั้ง 2 แบบเลยสิ! กับ Google Docs วันนี้ ดีมีเตอร์ ไอซีที จะพาคุณมารู้จักกับฟีเจอร์ที่หลายๆคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีฟีเจอร์นี้ใน Google Docs โดยความน่าสนใจอยู่ตรงที่ฟีเจอร์นี้จะทำให้คุณสามารถเปลี่ยนการวางแนวของหน้ากระดาษแบบเฉพาะส่วนตามที่ต้องการได้แล้ว จากเดิมที่ต้องเลือกใช้เอกสารรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งในไฟล์เอกสารเดียวกัน เลือกแนวตั้งก็ต้องแนวตั้งไปตลอด หากต้องการใช้แบบแนวนอนก็ต้องไปสร้างเอกสารใหม่อีกให้ยุ่งยาก แต่ตอนนี้คุณสามารถเลือกวางแนวหน้ากระดาษได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนในไฟล์เดียวกันได้แล้ว! วิธีนี้จะช่วยทำให้คุณมีที่ว่างสำหรับเนื้อหาที่ขนาดกว้างเช่น ตาราง, แผนภูมิ, ไดอะแกรม, และรูปภาพ นอกจากนี้คุณยังสามารถแก้ไข นำเข้า และส่งออกเอกสารร่วมกับไฟล์จาก Microsoft Word ที่มีทั้งหน้าแนวตั้งและแนวนอนได้อีกด้วย วิธีการเปลี่ยนการวางแนวหน้ากระดาษ วิธีที่ 1 ไฮไลต์ข้อความหรือรูปภาพที่คุณต้องการเปลี่ยนการวางหน้ากระดาษ > คลิกขวาที่ข้อความหรือรูปภาพ > เลือกเปลี่ยนหน้ากระดาษเป็นแนวนอน (landscape) หรือเปลี่ยนหน้ากระดาษเป็นแนวตั้ง (portrait)  วิธีที่ 2 ไปที่แทรก (Insert) > การแบ่ง (Break) > ตัวแบ่งส่วน (Section break) วิธีที่ 3 ไปที่ไฟล์ (File) > การตั้งค่าหน้ากระดาษ (Page setup) วิธีที่ 4 ไปที่รูปแบบ (Format) > การวางแนวของหน้า (Page orientation) เคล็ดลับ หากต้องการแสดงตัวแบ่งส่วนในเอกสาร ให้คลิกดู (View)แสดงตัวแบ่งส่วน (Show section breaks) หากต้องการแสดงโครงร่างหน้ากระดาษ ให้คลิกดู (View)รูปแบบการพิมพ์ (Print layout) คุณยังสามารถเปลี่ยนการวางแนวสําหรับทั้งเอกสารได้อีกด้วย โดยคลิกไฟล์ (File)การตั้งค่าหน้ากระดาษ (Page setup) ใช้กับ: ทั้งเอกสาร (Whole document) เพียงเท่านี้คุณก็สามารถจัดการข้อมูลที่หลากหลายรูปแบบในงานเอกสารได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะ Google Workspace คือพื้นที่การทำงานร่วมกันแบบ Real-time ที่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันและเป็นพื้นที่แห่งอนาคตที่ไม่ว่าคุณและเพื่อนร่วมงานของคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานร่วมกันได้ทันทีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต สอบถามและสมัครแพ็กเกจเพื่อรับบริการจาก Google Workspace กับ...

Continue reading

แสดงความเป็นเจ้าของเอกสารด้วยการใส่ลายน้ำใน Google Docs กันเถอะ!

แสดงความเป็นเจ้าของเอกสารด้วยการใส่ลายน้ำใน Google Docs กันเถอะ! Google Docs แอปพลิเคชันการทำงานเอกสารร่วมกันแบบเรียลไทม์จาก Google Workspace เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ‘ลายน้ำ (Watermark)’ ซึ่งคุณสามารถเพิ่มรูปภาพลายน้ำใน Google Docs ได้แล้ว  การเพิ่มลายน้ำนี้จะถูกทำซ้ำในทุกหน้าของเอกสาร ซึ่งมีประโยชน์ในการเพิ่มโลโก้บริษัท การสร้างแบรนด์ และการออกแบบที่คุณเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ลายน้ำของรูปภาพจะยังคงอยู่เมื่อนำเข้าหรือส่งออกเอกสารจาก Microsoft Word อีกด้วย วิธีการเพิ่มลายน้ำใน Google Docs เปิดเอกสารใน Google Docs ในคอมพิวเตอร์ ไปที่แทรก (Insert) > ลายน้ำ (Watermark) เลือกรูปภาพ คุณสามารถเปลี่ยนรูปแบบของลายน้ำได้ในแผงทางด้านขวา คลิกเสร็จสิ้น อีกวิธีในการแก้ไขลายน้ำมีดังนี้ คลิกขวาที่ลายน้ำบนเอกสารของคุณ คลิกเลือกลายน้ำ (Select watermark) เลือกตัวเลือกรูปภาพในแถบเครื่องมือ (Image options)   เพียงเท่านี้คุณก็สามารถปรับแต่งเอกสารของคุณได้ดียิ่งขึ้น และยังสามารถแบ่งปันเอกสารด้วยความมั่นใจ นอกจาก Google Docs ที่เป็นหนึ่งในชุดการทำงานใน Google Workspace ยังมีแอปพลิเคชันอำนวยความสะดวกอื่นๆอีกมากมาย ที่ทั้งอำนวยความสะดวกในการทำงานและรักษาความปลอดภัยแก่งานของคุณได้อย่างเยี่ยมยอด หากคุณสนใจยกระดับการทำงานในองค์กรของคุณหรือมีข้อข้องสงสัยอยากสอบถามเกี่ยวกับ Google Workspace สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ดีมีเตอร์ ไอซีที ตัวแทนผู้ให้บริการ Google Workspace ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ เพิ่มความรัดกุมในการทำงานร่วมกันด้วยฟีเจอร์ ‘Approvals’ จาก Google Workspace ‘เปรียบเทียบเอกสาร’ ฟีเจอร์ใหม่ใน Google Docs ที่จะทำให้การตรวจเอกสารของคุณง่ายขึ้นกว่าเดิม แอปพลิเคชันทำงานร่วมกันเเบบเรียลไทม์ ช่วยให้งานเอกสารเป็นเรื่องง่ายกับ Google Docs...

เพิ่มความรัดกุมในการทำงานร่วมกันด้วยฟีเจอร์ ‘Approvals’ จาก Google Workspace

เพิ่มความรัดกุมในการทำงานร่วมกันด้วยฟีเจอร์ ‘Approvals’ จาก Google Workspace Google Workspace เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ผู้ใช้งานสามารถอนุมัติ (Approvals) คำขออนุมัติเป็นผู้ตรวจสอบหรือเพิ่มผู้ตรวจสอบใน Google Docs, Sheets, และ Slides เมื่อมีคำขออนุมัติ เจ้าของไฟล์สามารถอนุมัติ, ปฏิเสธ, เพิ่มความคิดเห็น, หรือแก้ไขเอกสารในการตอบกลับได้  เมื่อเจ้าของไฟล์ได้อนุมัติคำขอเป็นผู้ตรวจสอบหรือเพิ่มผู้ตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบจะได้รับลิงก์ไปยังเอกสารจากการแจ้งเตือนผ่านทางอีเมล, เบราว์เซอร์, หรือ Google Chat ตามการตั้งค่าการแจ้งเตือนที่พวกเขาตั้งไว้ใน Google Drive และเมื่อมีการแก้ไขเอกสาร ผู้ตรวจสอบทั้งหมดจะได้รับแจ้งเตือนการแก้ไขและเอกสารเวอร์ชันล่าสุดเพื่อรออนุมัติอีกครั้ง วิธีการเปิดใช้งานฟีเจอร์ ‘อนุมัติ (Approvals)’ ฟีเจอร์นี้จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับการอนุมัติสัญญา เอกสารทางกฎหมาย และเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็นต้องมีการอนุมัติอย่างเป็นทางการที่มีการทำงานร่วมกันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายราย เพื่อรักษาความถูกต้องสมบูรณ์ของเอกสาร เมื่อผู้ตรวจสอบทุกคนอนุมัติแล้วไฟล์จะถูกล็อค (Lock file) และไม่สามารถแก้ไขได้ หากคุณกำหนดวันครบกำหนด (Add due date) ผู้ตรวจสอบของคุณจะได้รับอีเมลเตือนความจำว่าจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติหรือเลยกำหนดการขออนุมัติ นอกจากนี้คุณยังป้องกันไม่ให้ผู้ใช้แก้ไขเนื้อหาของรายการ หรือแสดงความคิดเห็นและคำแนะนำได้โดยเลือกล็อกเอกสาร หมายเหตุ ในกรณีที่คุณขออนุมัติจากบุคคลหลายคน การอนุมัติจะสมบูรณ์ได้เมื่อผู้ตรวจสอบทั้งหมดอนุมัติไฟล์ หากมีการแก้ไขในระหว่างกระบวนการอนุมัติ ผู้ตรวจสอบทั้งหมดจะได้รับการแจ้งเตือนทางอีเมลเพื่ออนุมัติไฟล์เวอร์ชันล่าสุดอีกครั้ง หากผู้ตรวจสอบเพียงคนเดียวปฏิเสธไฟล์คำขออนุมัติเอกสารจะถูกปฏิเสธทันที เมื่อผู้ตรวจสอบทั้งหมดอนุมัติเอกสาร ไฟล์จะถูกล็อค ทุกคนจะไม่สามารถแก้ไขไฟล์ที่ล็อกไว้ได้จนกว่าจะปลดล็อกหรืออนุมัติการปลดล็อกไฟล์ แพ็กเกจที่สามารถใช้งานได้ Business Standard, Business Plus, Enterprise เพียงเท่านี้คุณก็สามารถทำงานร่วมกันกับบุคคลอื่นๆ ได้โดยที่ยังสามารถรักษาความถูกต้องสมบูรณ์ของเอกสารได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตคุณก็สามารถเชื่อมต่อการทำงานกับทุกคนได้ในทันทีกับ Google Workspace ทั้ง Google Docs, Sheets, และ Slides หากคุณกำลังมองหาพื้นที่การทำงานที่จะทำให้งานของคุณง่ายขึ้นสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ดีมีเตอร์ ไอซีที ผู้ให้บริการ Google Workspace ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ...

‘เปรียบเทียบเอกสาร’ ฟีเจอร์ใหม่ใน Google Docs ที่จะทำให้การตรวจเอกสารของคุณง่ายขึ้นกว่าเดิม

‘เปรียบเทียบเอกสาร’ ฟีเจอร์ใหม่ใน Google Docs ที่จะทำให้การตรวจเอกสารของคุณง่ายขึ้นกว่าเดิม Google Docs เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “เปรียบเทียบเอกสาร (Compare Documents)” ผู้ใช้สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างของเอกสารทั้งสองไฟล์ได้ง่ายขึ้น ฟีเจอร์นี้ทำให้ง่ายต่อการดูการเปลี่ยนแปลงระหว่างสองเอกสาร ตัวอย่างเช่น นักการศึกษาสามารถใช้เครื่องมือนี้เพื่อเปรียบเทียบเรียงความและติดตามการแก้ไข ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน ในขณะเดียวกันผู้ใช้ทางธุรกิจสามารถใช้เครื่องมือนี้ในระหว่างการเจรจาสัญญาเพื่อดูว่าตลอดการเจรจามีข้อตกลงใดที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง และใช้ในการเปรียบเทียบเอกสารเวอร์ชันล่าสุดกับเวอร์ชันเริ่มต้น วิธีใช้งาน เปิด Google Doc ที่คุณต้องการ ซึ่งเอกสารนี้จะกลายเป็น “เอกสารหลัก (base)” ของคุณ จากแถบเครื่องมือ เลือก เครื่องมือ (Tools) > เปรียบเทียบเอกสาร (Compare Documents) ให้คลิกที่ “เลือกเอกสารเปรียบเทียบ (select the comparison document)” เพื่อเลือกเอกสารที่สองที่จะใช้ในการเปรียบเทียบ ในช่อง “กำหนดแอตทริบิวต์ความแตกต่าง (Attribute differences to)” ให้ป้อนชื่อของผู้ใช้ที่ต้องการจะติดป้ายกำกับว่าเป็นผู้เขียนคำแนะนำการแก้ไขในไฟล์เอกสารใหม่ที่ใช้ในการเปรียบเทียบ เลือก เปรียบเทียบ (Compare) จากนั้นระบบจะทำการสร้างไฟล์เอกสารใหม่ที่แสดงรายละเอียดที่แตกต่างระหว่างเอกสารทั้งสองฉบับที่ได้นำมาเปรียบเทียบกันขึ้นมา โดยระบบจะแสดง “การแก้ไขที่แนะนำ (Suggested Edits)” ที่มีชื่อของผู้ใช้ที่คุณเลือกเปรียบเทียบกำกับไว้นั่นเอง หมายเหตุ เจ้าของเอกสารและผู้ที่มีสิทธิ์แก้ไขเท่านั้นที่สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างของไฟล์เอกสารทั้งสองไฟล์ได้อย่างง่ายดายและสามารถทำงานร่วมกันกับผู้อื่นได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจาก Google Docs ที่เป็นหนึ่งในชุดการทำงานใน Google Workspace ยังมีแอปพลิเคชันอำนวยความสะดวกอื่นๆอีกมากมาย ที่ทั้งอำนวยความสะดวกในการทำงานและรักษาความปลอดภัยแก่งานของคุณได้อย่างเยี่ยมยอด หากคุณสนใจหรืออยากสอบถามเกี่ยวกับ Google Workspace สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ดีมีเตอร์ ไอซีที ตัวแทนผู้ให้บริการ Google Workspace ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ...

google-docs

แอปพลิเคชันทำงานร่วมกันเเบบเรียลไทม์ ช่วยให้งานเอกสารเป็นเรื่องง่ายกับ Google Docs

แอปพลิเคชัน Google Docs ของ Google Workspace คือ แอปพลิเคชันเพื่อการสร้าง และแก้ไขเอกสารในรูปแบบข้อความ ที่มีการทำงานและจัดเก็บบนคลาวด์  หากจะเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น Google Docs มีลักษณะการทำงานที่คล้ายคลึงกับ Microsoft Word นั่นเอง แต่จะมีความสามารถพิเศษที่ดีกว่าและแตกต่างจากการใช้ Microsoft Word อย่างไร ไปดูกัน 1. Google Docs เป็นเครื่องมือในการสร้าง และแก้ไขเอกสารออนไลน์ ช่วยให้คุณจัดรูปแบบข้อความและย่อหน้าได้ง่าย ๆ มีแบบอักษรนับร้อยแบบให้คุณเลือกใช้งาน สามารถเพิ่มลิงก์ รูปภาพ และภาพวาดในไฟล์เอกสารได้อย่างสะดวกคล่องตัว เรียกได้ว่าตอบสนองคนที่ต้องการใช้งานเอกสารได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะใช้โทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ หรือแม้ขณะที่คุณไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต คุณก็สามารถสร้าง เเละเเก้ไขเอกสารได้ทุกเวลา 2. ใช้งานและทำงานร่วมกันในแบบเรียลไทม์ สามารถแก้ไขไฟล์แบบเรียลไทม์และทำงานร่วมกันบนไฟล์เอกสารเดียวกันได้ทั้งกับบุคคลภายในและภายนอกองค์กร สำหรับการแก้ไขเอกสาร จะแสดงให้คุณเห็น ว่าใครแก้ไขอะไรและเมื่อใด 3. เเชทเเละเเสดงความคิดเห็น สามารถแสดงความคิดเห็นเเละแชทได้ โดยมีหน้าต่างสนทนาอยู่บนหน้าจอ สามารถเพิ่มความคิดเห็นโดยใช้ “+” กับที่อยู่อีเมลเพื่อให้คนนั้น ๆ ได้รับการเเจ้งเตือน 4. ทำงานด้วยกันได้มากกว่าเดิม เเชร์กับใครก็ได้ คุณสามารถคลิกเเชร์เพื่อให้ทุกคน เพื่อนร่วมงาน ให้คำเเนะนำกับคุณ หรือเเก้ไขเอกสารของคุณได้โดยตรง นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดได้ว่าใครสามารถดูเอกสาร แสดงความคิดเห็น หรือแก้ไขเอกสารของคุณได้ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการ 5. บันทึกอัตโนมัติ การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในเอกสารของคุณจะถูกบันทึกไว้ขณะที่คุณพิมพ์โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังสามารถดูประวัติการแก้ไขเพื่อดูเวอร์ชันเก่า ๆ และเรียกคืนได้เสมอเมื่อต้องการ ในกรณีที่มีการทำงานร่วมกันกับเพื่อนร่วมงานในเอกสารเดียวกันหลายคน คุณสามารถดูได้ว่าใครมีส่วนร่วมในการแก้ไข เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงในเนื้อหาส่วนใดบ้าง จึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถติดตาม และตรวจสอบเมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น 6. ทำงานได้กับ Word ในการใช้งานคุณสามารถแปลงไฟล์ Word เป็น Google Docs ได้ รวมถึงสามารถบันทึกไฟล์งานของคุณเป็น .docx, .pdf, .odt, .rtf, .txt หรือ .html ก็ได้ ในการใช้งานของ Google Docs...

Continue reading

ฟีเจอร์ลับ! Google Docs ที่คุณไม่ควรพลาด

ฟีเจอร์ลับ Google Docs ที่คุณไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นการแปลภาษาทั้งเอกสาร สั่งพิมพ์งานด้วยเสียง แปลงข้อความในภาพเป็นตัวหนังสือ หรือทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ได้พร้อมกันสูงสุด  100 คน! 1. แปลภาษาได้ทั้งเอกสาร คุณรู้หรือไม่ว่า Google Docs สามารถแปลเอกสารของคุณได้ทั้งหมด เพียงแค่กด Tools > Translate Document เลือกภาษาที่ต้องการ เพียงเท่านี้เอกสารของคุณทั้งหมดก็จะกลายเป็นภาษานั้น ๆ ปรับอีกนิดหน่อยก็จะได้งานแปลแบบ  สวย ๆ  ถือว่าเป็นการรวมฟีเจอร์ Google Translate ไว้ใน Docs เพื่อที่ง่ายต่อการทำงานนั่นเอง 2. สั่งพิมพ์งานด้วยเสียง คุณสามารถสั่งให้ Google Docs พิมพ์งานโดยที่คุณไม่ต้องพิมพ์เองให้เมื่อยมือใด ๆ โดยกดที่ Tools > Voice Typing หรือ Ctrl + Shift + S เลือกภาษาและพูดประโยคที่ต้องการจะพิมพ์ลงไป เพียงเท่านี้ Google Docs ก็จะพิมพ์ตามที่คุณพูด ถือว่าสะดวกสุด ๆ  3. เปลี่ยนข้อความในภาพเป็นตัวหนังสือใน Docs เข้าไปที่ Google Drive เลือกภาพที่ต้องการจะแปลงเป็นตัวหนังสือ คลิกขวา > Open With > Google Docs คุณก็จะได้ข้อความในภาพมาเป็นตัวหนังสือใน Docs ไม่ต้องเปิดไฟล์แล้วพิมพ์ตามให้เสียเวลา  4. เสิร์ชข้อมูลและหาภาพในกูเกิ้ลได้ไม่ต้องสลับหน้าต่าง หากคุณกดปุ่ม Explore ที่อยู่มุมขวาล่าง คณจะสามารถเสิร์ชข้อมูลจาก Google ได้โดยตรง แค่คุณพิมพ์คำที่ตรงการจะเสิร์ชลงไปและกดที่ WEB จะขึ้นข้อมูลต่าง ๆ ใน Google และสามารถเลือกรูปที่ IMAGES เพื่อแทรกลงในเอกสารได้เลยทันที ไม่ต้องกดเซฟ ไม่ต้องสลับหน้าต่างให้ยุ่งยากอีกต่อไป 5. ตรวจคำผิดด้วย Spelling and Grammar...

Continue reading

Android ใช้โหมด Dark Theme ใน Docs, Sheets และ Slides ได้แล้ว

เมื่อไม่นานมานี้ Google ได้อัพเดตระบบการทำงานใน Google Docs, Sheets และ Slides ที่สามารถใช้โหมด Dark Theme ในระบบ Android ได้แล้ว ซึ่งตอนนี้ยังปล่อยให้อัพเดตเฉพาะระบบนี้เท่านั้น และคาดว่าระบบ IOS ก็คงจะปล่อยให้อัพเดตกันตามมาติด ๆ  ในโหมด Dark Theme นี้จะสามารถปรับ Interface และการใช้งานได้อย่างชาญฉลาด! โดยเฉพาะการทำงานที่มีสภาพแวดล้อมแสงน้อย ถ้าใช้โหมดนี้ก็จะทำให้การทำงานของคุณนั้นง่ายมากขึ้น  อีกทั้งยังประหยัดแบตเตอรี่อีกด้วย Docs, Sheets, and Slides ในโหมด Dark Theme  การตั้งค่า สำหรับใน Android ถ้ามีการเปิดใช้งาน Dark Theme อยู่แล้ว Google Docs, Sheets และ Slides ก็จะปรับเข้าสู่โหมด Dark Theme แบบอัตโนมัติ หรือคุณสามารถเปิดหรือปิดโหมดนี้ได้อย่างอิสระเพียงตั้งค่าในแอป และขั้นตอนในการเปิดโหมดนี้นั้นก็ง่ายมาก โดยมีวิธีการตั้งค่า ดังนี้ เปิดแอป Google Docs, Sheets, Slides ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตของคุณ กดที่เมนู มุมบนซ้าย เลือก Setting เลือก Choose theme จากนั้นเลือก Theme ที่ต้องการ เช่น Dark, Light หรือ System defaut การดูตัวอย่างเอกสารหรือชีตในโหมด Light Theme หากคุณเปิดใช้ Dark Theme การกดดูตัวอย่างเอกสารหรือชีตของคุณก็จะเป็นโหมด Dark Theme แบบอัตโนมัติ แต่คุณสามารถดูตัวอย่างเอกสารว่าจะแสดงอย่างไรในรูปแบบ Light Theme ได้ ดังนี้ เปิดแอป Google Docs, Sheets, Slides ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตของคุณ เปิดเอกสารหรือชีตที่คุณต้องการจะดู...

Continue reading

ตัวแสดงสถานะบันทึกไฟล์โฉมใหม่ ใน Docs, Sheets, และ Slides

Google อัปเดตอินเทอร์เฟซโฉมใหม่ในส่วนสถานะการบันทึกไฟล์ ไม่ว่าผู้ใช้จะทำงานออนไลน์หรือออฟไลน์ผ่าน Google Docs การอัปเดตครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจว่าไฟล์ถูกบันทึกไว้ที่ใด และสามารถแก้ไขไฟล์ขณะออฟไลน์ได้หรือไม่ ต้องบอกก่อนว่าเป็นการอัปเดตเพียงแค่อินเทอร์เฟซเท่านั้น ไม่กระทบกับการเปลี่ยนแปลงในส่วนของฟังก์ชันการทำงานใดๆ ทั้งสิ้น ความเปลี่ยนแปลงที่ผู้ใช้อาจสังเกตเห็นได้แก่: ตำแหน่งใหม่สำหรับสถานะการบันทึกไฟล์ ถัดจากชื่อเอกสาร ข้อความอธิบายเพิ่มเติมเพื่อระบุว่าเอกสารถูกบันทึกไปยังคลาวด์ (เมื่อออนไลน์) หรือไปยังอุปกรณ์ (เมื่อออฟไลน์) วิธีใหม่ในการเปิดใช้งานออฟไลน์โดยคลิกที่ไอคอนสถานะเอกสารได้เลย ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ใช้ต้องคลิกที่ File > Make available offline สำหรับผู้ใช้ในโดเมนที่แอดมินหรือผู้ดูแลระบบปิดการแก้ไขไฟล์เอกสารขณะออฟไลน์ Google จะปรับข้อความที่แสดงให้ผู้ใช้เห็น เพื่อลดความสับสนเกี่ยวกับการตั้งค่าที่ควบคุมโดยผู้ดูแลระบบภายในโดเมน ที่มา – G Suite Updates G Suite เพื่อการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด พาร์ทเนอร์ Google ในประเทศไทย อย่างเป็นทางการ รายละเอียดแพ็คเกจ 02-030-0066...